เจาะลึก! ลิเวอร์พูล กำลังจะทำสถิติไหนบ้างในฤดูกาลนี้ (1)

ลิเวอร์พูล

หัวข้อบทความ

มาจนถึงสัปดาห์ที่ 23 ของฤดูกาล ลิเวอร์พูล ลงเตะมาแล้ว 22 เกม ชนะ 21 เสมอไปเพียงนัดเดียว เรียกได้ว่าฟอร์มแบบนี้ มันอย่างกับเราเล่นเกมชัดๆ มันเป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ กับการทำได้ถึงขนาดนี้ ในฟุตบอลยุคปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าหากพวกเขายังคงมีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ สถิติต่างๆ ก็จะต้องผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดแน่นอน วันนี้จะพาไปดูว่า ทัพ “หงส์แดง” จะสามารถทำสถิติอะไรได้บ้าง เมื่อจบฤดูกาลนี้

ส่องผลงานของ ลิเวอร์พูล ที่จะสามารถทำสถิติอะไรได้บ้างหลังจบซีซั่น

เสียประตูน้อยที่สุด

1.เสียประตูน้อยที่สุด และทำประตูได้มากที่สุด

เจ้าของสถิติ: เสีย 15 ประตู (เชลซี 2004-05), ยิง 106 ประตู (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2017-18)

แน่นอนว่าปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ดีทุกด้านจริงๆ พวกเขาเก็บคลีนชีทไปทั้งสิ้น 13 นัดในทุกรายการ และปัจจุบันก็เป็นทีมที่เก็บคลีนชีทได้มากที่สุดในลีกอย่างไรก็ตาม สถิตินี้อาจจะยากเสียหน่อย เพราะว่าปัจจุบัน พวกเขาเสียไปแล้ว 14 ลูก ฉะนั้นหากจะทาบสถิติ เชลซี คือต้องเสียเพิ่มอีกแค่ลูกเดียว จาก 16 เกมที่เหลือ หรือถ้าอยากจะทำลายสถิติ ก็ต้องไม่เสียประตูต่อจากนี้อีกเลย

ขณะที่ยิงได้มากที่สุดในลีก พวกเขามีโอกาสทำได้ ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ยิงไปทั้งสิ้น 52 ลูก ในสมัยที่ เป็ป กวาร์ดิโอล่า พาทีมยิงประตูได้ 106 ประตู พวกเขามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.7 ประตูต่อเกม ในตอนนี้ ลิเวอร์พูล มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.3 ประตูต่อเกม จากนี้อีก 16 นัด พวกเขาต้องยิง 54 ประตู ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องการยิง น่าจะทำได้ง่ายกว่าการเสียประตูเยอะ

ชนะติดต่อกันมากที่สุด

2.ชนะติดต่อกันมากที่สุด

เจ้าของสถิติ: 18 นัด (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, 2017)

นี่อาจจะเป็นสถิติที่น่าจะเกิดก่อนใครเพื่อน พวกเขาชนะไปแล้ว 13 เกมในตอนนี้ เท่ากับว่าขออีก 5 นัด ก็จะทาบสถิติของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ คราวนี้เรามาดูโปรแกรมกัน ว่าพวกเขาจะต้องเจอใครบ้างในอีก 5 นัดถัดไป ห้าเกมต่อจากนี้ พวกเขาต้องดวลกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน (เยือน), เวสต์ แฮม (เยือน), เซาธ์แฮมป์ตัน (เหย้า), เวสต์ แฮม (เหย้า) และ วัตฟอร์ด (เยือน) ซึ่งแน่นอนว่าถ้าดูในฟอร์มตอนนี้ มันไม่ได้เป็นเรื่องยากเลยล่ะ

และหากพวกเขาผ่าน 5 เกมนี้ได้ แมตช์ทำลายสถิติ จะเป็นเกมที่พบกับบอร์นมัธ ในบ้านตัวเองช่วงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งเรามีโอกาสสูงมากที่จะได้เห็นการทำลายสถิติตรงนี้

ผู้เล่นทำแอสซิสต์มากที่สุด

3.ผู้เล่นทำแอสซิสต์มากที่สุดในฤดูกาล

เจ้าของสถิติ: 20 ครั้ง (เธียร์รี่ อองรี, 2002-03)

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กำลังจะเป็นผู้ทำสถิตินี้ได้ ต้องบอกว่าเหลือเชื่อเหมือนกันนะครับ หากว่าเขาทำได้สำเร็จ เพราะเจ้าตัวคือแบ็กขวา ไม่ใช่เพลย์เมคเกอร์ แต่ก็อย่างว่าล่ะ ยุคสมัยของฟุตบอลเปลี่ยนไป อะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เจ้าของสถิติเดิมคือ เธียร์รี่ อองรี ที่ทำไว้ถึง 20 ลูกในฤดูกาล 2002-03 ปัจจุบันแบ็กขวาทีมชาติอังกฤษ ทำแอสซิสต์ไปแล้ว 9 ลูก เท่ากับว่าเจ้าตัวต้องทำอีก 12 แอสซิสต์ ก็จะทำลายสถิตินี้ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่แค่เทรนท์คนเดียว ที่สามารถทำสถิตินี้ได้ และเขามีคู่แข่งที่อันตรายมากอยู่หนึ่งคน นั่นคือ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ปัจจุบันทำไปแล้ว 15 ครั้ง โอกาสที่จะแซง อองรี มีมากกว่า และโอกาสที่จะทำได้ก่อน “หนูเทรนท์” ก็มีมากกว่าเช่นกัน

เก็บแต้มได้มากที่สุด

4.เก็บแต้มได้มากที่สุด

เจ้าของสถิติ: 100 คะแนน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, 2017-18)

สถิตินี้เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้เองครับ ซึ่งในซีซั่นนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็มาเหมือนกับ ลิเวอร์พูล ในปีนี้เลย พวกเขาแพ้ไปเพียงแค่ 2 เกม และสถานการณ์การลุ้นแชมป์ก็เป็นแบบม้วนเดียวจบ

ฉะนั้นในซีซั่นนี้ “หงส์แดง” มีโอกาสเป็นอย่างมากที่จะทำแบบนั้นได้เช่นกัน เพราะปัจจุบันพวกเขามีสถานการณ์ที่ดีกว่า “เรือใบสีฟ้า” ในปีนั้น ฤดูกาล 2017-18 แมนฯซิตี้เก็บชัยชนะ 20 เสมอไป 2 นัด หลังจากผ่านไป 22 เกม ขณะที่ ลิเวอร์พูล ตอนนี้ ชนะไป 21 เสมอ 1 มีมากกว่าทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยู่ 2 แต้ม

100 คะแนนของ ซิตี้ เป็นการชนะ 32 เสมอ 4 แพ้ 2 ลิเวอร์พูล ปัจจุบันมี 64 แต้ม พวกเขาขอแค่ 37 คะแนน จาก 16 เกม ก็จะทำลายสถิติได้สำเร็จ ลองคำนวนดูหากพวกเขาชนะ 12 นัด เสมออีก 1 เกม ก็จะทำลายสถิตินี้ได้ทันที หรือไม่ก็ชนะอีก 13 เกม ก็จะเพิ่มเป็น 39 แต้ม ก็จะมีทั้งสิ้น 103 คะแนน ทำลาย แมนฯ ซิตี้ ไป 3 แต้มด้วยกัน

ได้แชมป์เร็วที่สุด

5.ได้แชมป์เร็วที่สุด

เจ้าของสถิติ: วันที่ 14 เมษายน 2001 (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 2000-01)

ในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสมัยนั้น เมื่อวันสงกรานต์ตามเวลาบ้านเรา พวกเขาเปิดบ้านเอาชนะ โคเวนทรี ซิตี้ 4-2 ซึ่งมันกลายเป็นแมตช์ที่ทำให้พวกเขาคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการ ผ่านไปในเวลา 33 เกมพอดี ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะทำแบบนั้นได้อย่างแน่นอน เพราะในตอนนั้น กว่าแมนฯ ยูไนเต็ดจะได้แชมป์ พวกเขาก็แพ้ไปถึง 3 เกม ฉะนั้นหากพวกเขาจะทำลายสถิติเรื่องเวลา พวกเขาต้องคว้าแชมป์ให้ได้ก่อน 14 เมษายน ซึ่งตามหน้าปฏิทิน หากพวกเขาเป็นแชมป์ด้วยการชนะ แอสตัน วิลล่า ในนัดที่ 33 ได้

เพราะในวันที่ ลิเวอร์พูล จะต้องลงแข่งเจอกับ แอสตัน วิลล่า นั้นจะเป็นวันที่ 11-12 เมษายน ก็จะเกิดขึ้นก่อนเกมของ “ปีศาจแดง” อยู่แล้ว หากโปรแกรมไม่ได้เลื่อนออกไป แต่ถ้าพูดถึงจำนวน มันยังคงเป็นเกมที่ 33 อยู่ แต่ถ้าพวกเขาจะได้แชมป์ หลังชนะเกมที่ 32 เพื่อทำลายสถิติแมนฯ ยูไนเต็ด มันจะเป็นแมตช์ที่ต้องไปเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าพอดิบพอดี อะไรมันจะเป๊ะขนาดนั้น?

นอกจากนี้สามารถอ่าน ข่าวลิเวอร์พูลสยาม ข่าวเกี่ยวกับสโมสรอื่น การแข่งขันที่น่าสนใจได้ที่เว็บนี้ได้เลย เพราะคุณจะไม่พลาดข่าวดังข่าวเด็ดในวงการลูกหนังทั่วโลกก่อนใคร

Tags
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซาดิโอ มาเน่ ซาร์รี่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นิวคาสเซิล บาร์ซ่า บาร์เซโลนา บาเลนเซีย ปอล ป็อกบา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ปีศาจแดง ปืนใหญ่ พรีเมียร์ลีก ฟาบินโญ่ มาร์กซิยาล มูรินโญ่ ลินการ์ด ลิเวอร์พูล ลิโอเนล เมสซี่ วูล์ฟแฮมป์ตัน หงส์แดง อังเคล ดิ มาเรีย อาร์เซนอล อินเตอร์ มิลาน เจดอน ซานโช่ เจมส์ แมดดิสัน เจอร์เก้น คล็อปป์ เชลซี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เรอัล มาดริด เลสเตอร์ ซิตี้ เอฟเวอร์ตัน เอเมรี่ แจ็ค กรีลิช แมนฯ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แรชฟอร์ด แลมพาร์ด แฮร์รี่ เคน โควิด-19 โชเซ่ มูรินโญ่ โซลชา โรเมลู ลูกากู ไบรท์ตัน