เรื่องราววุ่นๆ ในแคมป์ สิงโตคำราม เกิดอะไรขึ้นส่งผลต่อทีมอย่างไร

ทีมชาติอังกฤษ

หัวข้อบทความ

ก่อนจะเข้าสู่ช่วงฟีฟ่าเดย์ ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายนนี้ สิงโตคำราม เริ่มเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ โดยเรื่องของรายชื่อผู้เล่นที่เรียกไป ก็ไม่ได้พลิกโผอะไร ทีมชาติอังกฤษอยู่ในกลุ่มเอและกำลังจะเป็นทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ตาม เบลเยี่ยม, อิตาลี, รัสเซีย, โปแลนด์, ยูเครนและสเปนไปติดๆ

สถานการณ์ในกลุ่มนี้ เหลือทีมที่ลุ้นเข้ารอบอยู่ด้วยกันทั้งสิน 3 ทีมได้แก่ อังกฤษ, เช็ก และโคโซโว โดยทัพ “ทรี ไลออนส์” นำเป็นจ่าฝูง ด้วยการมี 15 คะแนน นำหน้าสาธารณรัฐเช็กอยู่ 3 แต้ม และเหนือ โคโซโวอยู่ 4 คะแนนด้วยกัน

ลูกทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ขอแค่ 3 คะแนน ในเกมที่จะต้องเจอกับ มอนเตเนโกร วันพฤหัสบดีนี้ ก็จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปทันทีเรื่องราวมันก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรมาเป็นอุปสรรคเลย พวกเขาแทบจะการันตีการผ่านเข้ารอบต่อไปอยู่แล้ว แต่มันก็ดันเกิดเรื่อง เกิดประเด็นดราม่าโผล่ขึ้นมาเสียอย่างงั้น… ในแคมป์ฝึกซ้อมทีมชาติ สิงโตคำราม เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดเรื่องราวกระทบกระทั่งกันระหว่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่งและโจ โกเมซ

ส่องประเด็นเด็ดในแคมป์ทีมชาติอังกฤษ สิงโตคำราม ในช่วงฝึกซ้อมเกิดอะไรขึ้น

สเตอร์ลิ่ง

ตามรายงานในตอนแรกระบุว่า ดาวเตะจากสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงอารมณ์ค้าง จากเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อสุดสัปดาห์ ที่ “เรือใบสีฟ้า” บุกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 เลยปรี่เข้ามาหาเรื่องโกเมซ เนื่องจากทั้งคู่เองก็มีปากเสียงกันในแมตช์ดังกล่าวช่วงท้ายเกมด้วย

จากที่สืบทราบกันมาสเตอร์ลิ่งเข้าไปหาเรื่องโดยพูดแปลเป็นภาษาไทยประมาณว่า “มึงคิดว่ามึงเจ๋งนักเหรอ!!” สุดท้ายเพื่อนร่วมทีมเข้ามาแยก ก่อนที่ สเตอร์ลิ่ง จะโดนลงโทษโดย แกเร็ธ เซาธ์เกต ด้วยการถูกพักห้ามแข่งหนึ่งเกม คือนัดที่พบกับ มอนเตเนโกร ล่าสุด สกาย สปอร์ตส์ สื่อดังในแดนผู้ดี ได้มีการเปิดเผยเรื่องราวอย่างละเอียด ออกมาแบบนี้

1.โกเมซ กำลังนั่งคุยกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ในแคมป์ฝึกซ้อม สิงโตคำราม ที่ เซนต์ จอร์จ พาร์ค

2.ด้านสเตอร์ลิ่งนั้นเข้ามาทีหลังพอเข้ามาในห้องอาหารที่กลุ่มนั้นกำลังนั่งคุยกันอยู่ เรื่องราวก็เกิดขึ้นตรงที่กลุ่มดังกล่าวดันหัวเราะกันเสียงดัง ซึ่งโกเมซกำลังเป็นหัวโจกในการเล่าเรื่องอะไรสักอย่าง

3.แน่นอนว่าคนกำลังเครียดกับผลการแข่งขัน และเห็นว่า โกเมซ ตัวที่เป็นประเด็นกับเขานั้นอยู่ในกลุ่มนั้น ก็เลยเข้าใจว่าแข้งของ ลิเวอร์พูลอาจจะกำลังล้อแมนฯ ซิตี้ของเขาอยู่ก็เป็นได้ เลยปรี่เข้าไปแล้วพูดว่า “มึงคิดว่ามึงเจ๋งนักเหรอ” ขณะที่คนอื่นๆ ยังหัวเราะกันอยู่เลยด้วยซ้่ำเพราะคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น

โกเมซ

4.แต่ราฮีมไม่เล่นด้วยเข้าหาตัวโกเมซบีบคอใส่กองหลัง “หงส์แดง” สุดท้ายก็เลยตอบโต้กันไปมา ก่อนที่เพื่อนๆจะเข้ามาแยกกัน

5.สเตอร์ลิ่งหัวเสียมาก พร้อมกับเดินออกไปเก็บของเตรียมออกจากแคมป์ สิงโตคำราม สุดท้ายเรื่องร้อนถึง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ยังเดินทางมาไม่ถึงสุดท้ายกัปตันทีมลิเวอร์พูลต้องมาเป็นคนห้ามทัพ โดยมีการจัดแจงให้เจอกันเพื่อไกล่เกลี่ย

6.ด้านเฮนเดอร์สันนั้นโทรศัพท์เข้ามาคุย โดยใช้เวลาทั้งสิ้นถึง 25 นาที โดยประมาณก่อนที่ทุกๆ อย่างจะเย็นลงและเคลียร์กันได้ โดยสุดท้าย สเตอร์ลิ่ง รู้ว่าตัวเองผิดและได้ขอโทษ โจ กับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางฝั่งเจ้าทุกข์เอง ก็ไม่ติดใจอะไร

7.จากนั้น โกเมซ ได้เข้าคุยกับ เซาธ์เกตและเป็นคนที่ขอร้องให้กุนซือใหญ่ ไม่ลงโทษ ราฮีม ด้วยการไล่ออกจากแคมป์ทีมชาติ  สิงโตคำราม สุดท้าย เซาธ์เกต เลยลงโทษเบาะๆ ด้วยการที่แบน สเตอร์ลิ่ง ในเกมพบกับ มอนเตเนโกร

เฮนเดอร์สัน

นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดที่ถูกเผยแพร่โดย สกาย สปอร์ตส์ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้หรอกครับ ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คนที่ผิดเรื่องนี้ คงหนีไม่พ้น สเตอร์ลิ่ง

แต่ก็เข้าใจในมุมมองของเขา เพียงแต่มันเป็นแค่เรื่องการเข้าใจผิดกันเล็กๆ น้อยๆ แค่นั้น มันเลยทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไป

ส่วนตัวชื่นชอบในการตัดสินใจของ เซาธ์เกต นะครับ ที่ทำการลงโทษและได้ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้นะครับ แม้ว่าทาง ริโอ เฟอร์ดินานด์ จะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่

แต่ก็พอจะเข้าใจได้ เพราะล่าสุดกุนซือ “สิงโตคำราม” ได้ให้สัมภาษณ์ประมาณว่าจริงๆ แล้ว เขาก็ต้องการที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นภายใน แต่มันดันหลุดออกไป เลยจัดการป่าวประกาศมันเสียเลย

ทีมชาติอังกฤษ

ส่วนอีกคนหนึ่งที่น่าชื่นชมนั่นคือ เฮนเดอร์สัน เขามีภาวะความเป็นผู้นำที่ดีมากๆ ไม่แปลกที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังไว้วางใจให้เขาเป็นกัปตันทีมอยู่จนถึงตอนนี้ ถือเป็นเหตุการณ์เล็กๆ ที่เกือบจะบานปลายเป็นเรื่องใหญ่ ก่อนจะเคลียร์กันได้ในท้ายที่สุด

และเชื่อว่าหลังจากนี้ทีมชาติอังกฤษ สิงโตคำราม ที่อุดมไปด้วยผู้เล่นวัยรุ่นวัยคะนอง จะสามารถก้าวขึ้นไปได้ไกลและเป็นผู้ใหญ่กว่าเดิม เพราะพวกเขามีเป้าหมายที่มันเหนือกว่าจะมานั่งทะเลาะกันเอง นั่นคือการเป็นแชมป์รายการใหญ่อย่าง ยูโร 2020 นั่นเอง สามารถติดตามพวกเขาได้ที่ thawaction.org ทางเว็บมีอัพเดทความเคลื่อนไหวตลอดอยู่แล้ว

Tags
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซาดิโอ มาเน่ ซาร์รี่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นิวคาสเซิล บาร์ซ่า บาร์เซโลนา บาเลนเซีย ปอล ป็อกบา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ปีศาจแดง ปืนใหญ่ พรีเมียร์ลีก ฟาบินโญ่ มาร์กซิยาล มูรินโญ่ ลินการ์ด ลิเวอร์พูล ลิโอเนล เมสซี่ วูล์ฟแฮมป์ตัน หงส์แดง อังเคล ดิ มาเรีย อาร์เซนอล อินเตอร์ มิลาน เจดอน ซานโช่ เจมส์ แมดดิสัน เจอร์เก้น คล็อปป์ เชลซี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เรอัล มาดริด เลสเตอร์ ซิตี้ เอฟเวอร์ตัน เอเมรี่ แจ็ค กรีลิช แมนฯ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แรชฟอร์ด แลมพาร์ด แฮร์รี่ เคน โควิด-19 โชเซ่ มูรินโญ่ โซลชา โรเมลู ลูกากู ไบรท์ตัน