5 ดาวยิง ผู้ดี ราคาแรง รู้ค่าตัว อาจต้องตกใจ

5 ดาวยิง ผู้ดี ราคาแรง แข้งทำกำไรชั้นดี บนเกาะอังกฤษ

อย่างที่เราทราบกันดีว่าบรรดาแข้งชาวอังกฤษนั้นมีค่าตัวสุดหูรูดขนาดไหนเมื่อเกิดการซื้อขายใน พรีเมียร์ลีก แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถโด่งดังกลายเป็นซูปเปอร์สตาร์ได้เหมือนกับค่าตัวที่บางสโมสรยอมจ่ายไป มาในวันนี้ผมขอรวบรวม 5 นักเตะในตำแหน่งศูนย์หน้าที่แพงที่สุดของชาวอังกฤษมาให้ได้รับชมกันว่าจะจริงอย่างที่เราทุกคนรับรู้กันหรือไม่ !

5. อันเดร เกรย์ : เบิร์นลีย์ ไป วัตฟอร์ด 18.5 ล้านปอนด์ ปี 2017

5 ดาวยิง ผู้ดี ราคาแรง

แค่ชื่อแรกมาก็ตกใจกันแล้วใช่ไหมล่ะครับ จริงอยู่ที่ค่าตัวปัจจุบันของนักเตะแพงขึ้นตามโลกสมัยทุนนิยมทว่าแข้งมีชื่ออย่าง เกรย์ นั้นก็ทำให้ “แตนอาละวาด” ควักกระปุกมอบเงินให้ เบิร์นลีย์ ถึง 18.5 ล้านปอนด์กันไปเลย เกรย์ ทำผลงานได้ค่อนข้างโดดเด่นกับ เบิร์นลีย์ ในปีแรกของเขาบนเวที พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาล 2016-17 โดยเขาทำได้ 9 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 32 นัดในลีก

หลังจากนั้นฤดูกาล 2017-18 วัตฟอร์ด ก็จัดการซื้อตัวมาร่วมทีมแต่ไปๆมาๆ เกรย์ กลับไม่สามารถเฉิดฉายได้ซะอย่างนั้นโดยฤดูกาลแรกของเขากับ “แตนอาละวาด” เกรย์ ยิงได้ 5 ประตูจากการลงสนาม 31 นัด ทำให้ปัจจุบัน เกรย์ ไม่ได้เป็นตัวหลักของ วัตฟอร์ด ที่ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมออีกต่อไป

4. โดมินิค โซลันกี้ : ลิเวอร์พูล ไป บอร์นมัธ 19 ล้านปอนด์ ปี 2019

ดีลนี้เพิ่งผ่านมาสดๆร้อนๆกันเลยทีเดียวกับการบ้ากล้าทุ่มของ “เดอะ เชอร์รี่ส์” ที่ตัดสินใจดึงตัว โซลันกี้ มาจากอ้อมอกของ ลิเวอร์พูล ด้วยราคาที่ถือว่าค่อนข้างหนักหนาเอาการอยู่แถมตัวนักเตะเองก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ด้วย โซลันกี้ เป็นเด็กหนุ่มที่ “หงส์แดง” ดึงตัวมาจาก เชลซี ด้วยความคาดหวังว่าจะสามารถแจ้งเกิดได้แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถเดินไปอำเภอแล้วจดทะเบียนแจ้งเกิดได้สำเร็จ

ตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่ในถิ่น แอนฟิลด์ 1 ฤดูกาลเต็ม โซลันกี้ ได้รับโอกาสลงสนาม 21 นัดในทุกรายการแต่เขากลับทำได้ 1 ประตูเท่านั้นซึ่งหากว่ากันตามตรงสถิตินี้ในฐานะศูนย์หน้าถือว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ก็คงต้องตามลุ้นกันต่อล่ะว่าไอ้หนูวัย 21 ปีจะสามารถกลับมาอยู่ในเส้นทาง ‘เพชรเม็ดงาม’ ในอนาคตของทีมชาติอังกฤษกับ บอร์นมัธ ได้หรือไม่

3. ดาร์เรน เบนท์ : ซันเดอร์แลนด์ ไป แอสตัน วิลล่า 24 ล้านปอนด์ ปี 2011

เบนท์ สร้างชื่อของตัวเองขึ้นมากับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ก่อนจะสามารถระเบิดฟอร์มให้สมกับตำแหน่งศูนย์หน้ากับ ซันเดอร์แลนด์ ในฤดูกาล 2009-10 ด้วยการกระหน่ำไป 24 ประตูจาก 38 นัด อีกทั้งฤดูกาล 2010-11 เบนท์ ก็กดไป 8 จาก 20 นัดแรกของ พรีเมียร์ลีก ทำให้ วิลล่า ตัดสินใจประเคนเงิน 24 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทัพช่วงตลาดฤดูหนาว

ซึ่งผลงานของเขาก็ถือว่าจับต้องได้ด้วยการเล่นครึ่งฤดูกาลหลัง 16 นัดยิงได้ 9 ประตู แต่หลังจากนั้นเขาก็เหมือนกับไม่ใช่ เบนท์ คนเดิมอีกต่อไปอดีตดาวยิงของ ชาร์ลตัน รายนี้ยิงไม่เคยถึง 10 ประตูในลีกอีกเลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนสุดท้าย วิลล่า ก็้ได้แต่ปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวใช้งานไปจนหมดสัญญา

2. เวย์น รูนีย์ : เอฟเวอร์ตัน ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 30 ล้านปอนด์ ปี 2004

เมื่อเทียบปีกันแล้วค่าตัวของ รูนีย์ ในปี 2004 ที่ราคาสูงถึง 30 ล้านปอนด์นั้นเผลอๆในปัจจุบันนี้มันอาจจะเทียบเท่าได้กับค่าตัวของ โรเมลู ลูกากู หรือ ปอล ป็อกบา ซะด้วยซ้ำแต่สิ่งที่ “ปีศาจแดง” ได้รับตอบแทนจากการใช้จ่ายครั้งนั้นคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม รูนีย์ โดดเด่นขึ้นมากับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยอายุเพียง 17 ปีทำให้ยักษ์ใหญ่อย่าง “ปีศาจแดง” ไม่รอช้าพวกเขาตัดสินใจทุ่มเงินก้อนโตคว้า รูนีย์ มาร่วมชายคา ‘โรงละครแห่งความฝัน’ ซึ่งตอนนั้นอายุของ

‘หมูรูน’ ก็ 18 ปีถ้วน การตัดสินใจครั้งดังกล่าวของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กลายเป็นการตัดสินใจที่นำพาความสำเร็จเข้ามาสู่สโมสรโดย รูนีย์ สามารถนำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 5 สมัย, ลีก คัพ 4 สมัย และ เอฟเอ คัพ กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างละสมัย อีกทั้งปัจจุบัน รูนีย์ รั้งเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ 253 ประตูกับระยะเวลา 13 ปีกับสโมสรอีกด้วย

1. แอนดี้ คาร์โรลล์ : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไป ลิเวอร์พูล 35 ล้านปอนด์ – 2011

เห็นชื่อแล้วเป็นยังไงกันบ้างล่ะครับกับกองหน้าชาวอังกฤษที่มีค่าตัวแพงที่สุดกับ แอนดี้ คาร์โรลล์ ? แฟนทีมอื่นๆนั้นไม่รู้แต่ที่แน่ๆแฟนๆของ ลิเวอร์พูล คงจะไม่ประทับใจซักเท่าไรนัก คาร์โรลล์ กระหน่ำยิงในฐานะขุนพล “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้อย่างน่าประทับใจใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2009-10

และมาบนเวทีพรีเมียร์ลีก 2010-11 คาร์โรลล์ ก็ยิงไป 11 ประตูจากการลงสนาม 19 นัด ทำให้หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล ก็ตัดสินใจดึงตัวมาร่วมทัพช่วงตลาดหน้าหนาวในฤดูกาล 2010-11 ด้วยค่าตัวมหาศาลเพื่อหวังที่จะเป็นตัวตายตัวแทนของ เฟร์นันโด ตอร์เรส ที่ย้ายไปอยู่ เชลซี

อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นสถิติที่ออกมาแล้วนั้นคงจะพูดได้ชัดเจนว่า คาร์โรลล์ ทำให้ทุกๆคนผิดหวังเป็นอย่างมากจาก ความหวังที่คิดว่าจะสร้างผลงานไปอุดปากทีมคู่แข่งอยางผีแดงได้ ซึ่งในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังของเขากับทีมก็ไม่ได้อะไรเท่าไรกับสถิติ 7 นัดยิงได้ 2 ประตู แต่พอมาฤดูกาล 2011-12 นี่ซิครับ คาร์โรลล์ ลงสนามทั้งหมด 35 นัดแต่ยิงได้เพียง 4 ประตูเท่านั้น

ใช่ครับผมไม่ได้ใส่ตัวเลขผิด นั่นคือสถิติของ คาร์โรลล์ ที่ทิ้งเอาไว้ให้ ลิเวอร์พูล กับการยิงได้ 6 ลูกตลอดระยะเวลา 1 ฤดูกาลครึ่ง  จนสุดท้ายยอดทีมแห่ง เมอร์ซีย์ ไซด์ ก็ตัดสินใจปล่อยตัวออกไปให้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ 17 ล้านปอนด์ ขาดทุนครึ่งต่อครึ่งกันไปเลย สุดยอดกันไหมครับ 5 ดาวยิง ผู้ดี ราคาแรง ของเรา

Leave a Reply