แรชฟอร์ด ภายใต้เงา ลินการ์ด เพื่อนซี้ ผู้เข้ามาปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

แรชฟอร์ด ภายใต้เงา ลินการ์ด กู่ไม่กลับแล้ว!! เค้าว่ากันว่าคนที่ถูกตำหนิจากคนรอบข้าง มักจะไม่ค่อยยอมรับหรอก ว่าได้เป็นอย่างที่โดนคนอื่นตำหนิจริงๆ ในทีแรกที่ได้ยิน โดยจะต้องใช้เวลาสักระยะ ถึงจะยอมรับการโดนตำหนิ เพราะว่ามันจะมีเวลาไปย้อนมองดูว่าตัวเองได้ทำอะไรไว้

ทำให้โดนคนรอบข้างตำหนิ และได้มีโอกาสพิจารณาว่ามันผิดจริงหรือไม่ ซึ่งถ้ามันเป็นไปตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้างจริง ก็ควรจะต้องยอมรับผลที่โดนตำหนิ และพยายามแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถ้ามันไม่ได้เป็น หรือถูกใส่ร้าย เราก็ต้องมาพิสูจน์กันว่าตัวเองไม่ได้เป็นแบบนั้น จาก ข่าวกีฬา

แรชฟอร์ด ภายใต้เงา ลินการ์ด เปลี่ยนไปทั้งในและนอกสนาม

แต่ถ้าสิ่งที่ออกมามันเห็นชัดๆ ว่าผิด แต่คุณกลับเชื่อว่าถูก และไม่คิดแก้ไขอะไร หนำซ้ำก็ยังทำแบบเดิมต่อไป นั่นเรียกว่า “ไม่สำนึก” ใช่ครับ นี่เรากำลังพูดถึง เจสซี่ ลินการ์ด กองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวโพสต์ข้อความ 0.012%

พร้อมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก่อนจะถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ดูเหมือนเจ้าตัวก็ยังไม่ได้รู้สึกละอายใจอะไรเท่าไหร่ แม้่ว่าก่อนหน้านี้ แรซฟอร์ดเคยเป็นที่รักของแฟนผีแดงจากผลงาน150เกมแรกที่เทียบกับนักเตะดังๆแล้วไม่แพ้กันเลย

แรชฟอร์ด ถูกวิพากษ์วิจารณ์

เพราะแทนที่จะออกมาขอโทษหรือนิ่งเงียบในโลกโซเชียลไปสักพัก และมุ่งมั่นกับอาชีพตัวเองต่อไป เปล่าเลย มันก็ยังโพสต์รูปอวดตัวเอง ว่าเก่งอย่างนั้น ยอดเยี่ยมอย่างนี้ เป็นคนคูลๆ เช่นเดียวกับไอ้ “แรชชี่” เพื่อนมัน เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทีมชาติอังกฤษ มีคิวทำการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบ ไฟน่อล โฟร์ หรือรอบรองชนะเลิศ

คล้ายๆ แข่งฟุตบอล 4 เส้า คือมีการเจอกันรอบรอง ใครชนะเข้างชิงฯ ใครแพ้ชิงที่ 3 ผลปรากฏว่า “สิงโตคำราม” ก็ไม่ได้ประสบผลสำเร็จ คว้าแค่อันดับ 3 ไปครอง รอบรองชนะเลิศ แพ้ เนเธอร์แลนด์ส 1-3 นี่คือทีมที่ไม่ได้ไปเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ 2 หนหลังสุด คือยูโร 2016 และบอลโลก 2018 ก่อนที่นัดชิงอันดับ 3 จะชนะจุดโทษสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการเซฟของ จอร์แดน พิคฟอร์ด

เราจะไม่ไปพูดถึงผลงานของทีมชาติอังกฤษ แต่เราจะมาว่ากันถึงผลงานของไอ้ 2 ตัวนี้ โดยเฉพาะ ลินการ์ด เกมแรก แรชฟอร์ด ได้ลงสนามเป็นตัวจริงก่อน แฮร์รี่ เคน แต่ขอโทษ ลงเล่นได้เพียง 45 นาที ก็โดนถอดออก เพราะไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าไม่นับการยิงลูกโทษให้ทีมขึ้นนำ

เกมทีมชาติของ แรชฟอร์ด

ครึ่งหลังในนาทีที่ 61 ลินการ์ดได้รับโอกาสลงสนาม และเกือบได้เป็นฮีโร่ ยิงประตู 2-1 ให้ “สิงโตคำราม” แต่มี วีเออาร์ ดึงกลับเนื่องจากไปยืนล้ำหน้าก่อน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทีมก็แพ้ไปในช่วงต่อเวลา จากความผิดพลาดของกองหลัง

เกมชิงอันกับ 3 กับสวิตเซอร์แลนด์ ถึงเวลาที่ เคน พร้อมลงเต็มที่ ซึ่งมันก็เป็นเวลาที่ควรจะถอด แรชฟอร์ด ออกจากสนาม เขาไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเลยแม้แต่นาทีเดียวในเกมนั้น ส่วน ลินการ์ด ได้รับโอกาสได้ลงเล่นถึง 105 นาทีเลยทีเดียว แต่ถามว่าทำอะไรได้หรือไม่ ก็ไม่

เท่ากับว่าช่วงสิ้นเดือนที่แล้ว ที่โดนด่าเรื่อง 0.012 ไป จนถึงเกม เนชั่นส์ ลีก ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ไม่ได้พิสูจน์ออกมาด้วยฝีเท้าที่มีในสนาม แถมบางคนยังเล่นได้แย่ด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น สิ่งที่จะลดกระแสการโดนด่าของตัวเองลงได้ คือเงียบ ไม่ว่าจะไปเที่ยวพักร้อนอะไรที่ไหนก็เงียบเข้าไว้ สนุกอยู่กับแค่คนที่ไป ไม่ต้องไปป่าวประกาศให้โลกรู้ว่ากูไป “คูล” อยู่ตรงไหน

ป่าวประกาศให้โลกรู้ด้วย IG

แต่ก็นั่นแหละครับ ไม่เข็ด ไม่รู้เรียกว่าไม่เข็ดหรือไม่สำนึกดี เมื่อสัปดาห์ก่อนทั้งคู่อัดวิดิโอลงโซเชี่ยลตามเดิม เป็นบรรยากาศกิจกรรมกำลังร้องแร๊พกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งแน่นอนว่าโดนกฐินกันไปตามระเบียบ ผมชอบคอมเมนต์ส่วนใหญ่ ที่เข้ามาโพสต์ในไอจีไม่ว่าเจ้า ลินการ์ด มันจะโพสอะไร คำพูดสั้นๆ ไม่มีคำหยาบคาย แต่ฟังแล้วดูเจ็บ ซึ่งผมไม่รู้ว่ามัน 2 ตัวเจ็บกันรึเปล่า กับคำที่ว่า “get to training”

get to training

แปลเป็นไทยง่ายๆ คือ ไปฝึกซ้อมซะ! มันหมายความได้ว่าแฟนบอลไม่ได้มองว่า ลินการ์ด มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมอะไร และเอาเวลาที่มัวทำเรื่องไร้สาระ ไปฝึกซ้อมเพื่อให้ตัวเองเก่งขึ้นก่อนดีกว่า ขณะที่คอมเมนต์ในไอจีของ แรชฟอร์ด ต่างก็บอกกันว่าโดน ลินการ์ด เข้าสิง เรื่องนี้ผมมองว่ามันไม่เกี่ยวกับ ปอล ป็อกบา นะครับ เพราะแม้ว่า ป็อกบา มันจะติดโซเชียลขนาดไหน แต่บนสนามหมอนั่นคือของจริง

เวลาต้องลงเตะทีมชาติ มันก็ทำผลงานได้ตามเป้า และที่สำคัญคือ ลินการ์ด มันทำมาแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ ล่าสุดก็ยังทำเรื่องงามหน้าไม่หยุด โพสต์คลิปสั้นลงสแนปแชท พูดจาด้วยถ้อยคำหยาบคาย แถมยังแพนกล้องไปหาเพื่อนที่กำลังทำท่า “เด้า” อยู่บนเตียงอีกต่างหาก

ทำท่า “เด้า” อยู่บนเตียง

ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง และครั้งนี้มันหนักมาก จนมีข่าวออกมาว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” เริ่มทนไม่ไหวแล้ว เตรียมปิดห้องอบรมไอ้สองตัวนี้ทันที เมื่อกลับจากพักร้อน เอาเข้าจริงๆ ถ้าในมุมมองของผม ผมคิดว่ามันไม่ต้องมานั่งคุยอะไรแล้วกับการกระทำแบบนี้ เพราะไม่ว่าจะโดนด่าขนาดไหน มันไม่เคยสำนึกเลยสักครั้ง

แค่ตอนที่มันออกมาโพสต์ 0.012% มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามีทัศนคติที่แย่ขนาดไหน มันถึงเวลาแล้วที่ ลินการ์ด จะต้องออกจากทีมไป หรือไม่ก็ไม่มีสิทธิที่จะลงสนามอีกแล้ว จนกว่าจะก้มหน้าก้มตาซ้อมพัฒนาฝีเท้าให้เก่งขึ้นอีก ส่วน แรชฟอร์ด ถ้าไม่พัมนากว่านี้ในเรื่องการจบสกอร์ ก็ไม่ได้มีความคู่ควรที่จะมาขอเงิน 3 แสนปอนด์ ต่อสัปดาห์ และถ้ามีทีมไหนอยากให้ขนาดนั้นก็ไม่ต้องขู่ย้าย ออกไปได้เลย

ทุกวันนี้การจะหากองหน้าไม่ได้เป็นเรื่องยากขนาดนั้นน่าสนใจว่าเมื่อกลับกันมาจากช่วงพักร้อน โซลชา จะทำอะไรบ้างกับนักเตะทัศนคติแบบนี้ จะแค่ตักเตือนเฉยๆ หรือจะลงโทษอะไรที่มากกว่านั้น และเขาจะสามารถปรับพฤติกรรมของสองคนนี้ได้หรือไม่ เพราะถ้าทำไม่ได้ ต่อให้จะซื้อใครมา ก็ไม่ได้ส่งผลดีอะไรกับทีมแน่ จาก แรชฟอร์ด เด็กหนุ่มขี้อาย มุ่งมั่นฝึกฝนตัวเองจนได้โอกาสเป็นนักเตะตัวจริงในเกม ยูโรปาลีก และทำได้ 2 ประตูในเกมแจ้งเกิด จนกลายมาเป็น แรชชี่ ในปัจจุบัน

แรชชี่ ในปัจจุบัน

ผมยังเชื่อว่า แรชฟอร์ด ภายใต้เงา ลินการ์ด นักเตะคนนี้ ยังสามารถปรับตัวกลับมาเป็นเจ้าหนู แรชฟอร์ด คนเดิมได้ แต่ในรายของ ลินการ์ด อายุ 27 แล้วยังทำตัวไม่รู้จักโตแบบนี้… ผมว่ามันกู่ไม่กลับแล้วล่ะ

Leave a Reply