เชลซี ดันแลมพาร์ด นั่งโค้ช ทางเลือกที่เป็น หายนะ ต่อ เชลซี

เชลซี ดันแลมพาร์ด นั่งโค้ช

หัวข้อบทความ

เชลซี ดันแลมพาร์ด นั่งโค้ช

ตลาดซัมเมอร์ รอบนี้ จะไม่เหมือนกับซัมเมอร์ครั้งไหนๆ

เชลซี ดันแลมพาร์ด นั่งโค้ช เป็นกระแส ท่ามหลายความพยายามยื่นอุทธรณ์ แต่เราต้องยอมรับว่ามันก็มีโอกาสที่พวกเขาจะโดนแบนต่อ ซึ่งจะทำให้บอร์ดบริหารและ “เสี่ยหมี” ไม่สามารถใช้เงินแก้ปัญหาให้กับทีมได้เหมือนกับครั้งอื่นๆ

ถามว่า สิงห์บลู เป็นทีมที่มีปัญหาขนาดนั้นมั้ย ? เราก็ต้องตอบว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้วิกฤติอะไรขนาดนั้น คล้อยหลังจากที่จบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 และทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศบอลถ้วย 2 รายการ แต่ก็ยังมีปัญหา แฟนบอลที่ไม่ชอบการทำทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี่

กุนซือสิงห์อมควัน พาทีมเก็บผลลัพธ์ที่ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่สามารถเอาชนะใจแฟนบอลที่ “เดอะ บริดจ์” ได้ เสียงตะโกนด่าทอเหยียดหยามอย่าง “มึงไม่รู้ว่ามึงกำลังทำอะไรอยู่” หรือ “ช่างหัว ซาร์รี่ บอลสิวะ” ยังคงเป็นประโยค ข่าวกีฬา ที่ตราตรึงประจำฤดูกาล 2018-19

จอร์จินโญ่

การครองบอลไม่คืบหน้าแบบไร้จุดหมาย , การฝืนใช้ จอร์จินโญ่ และการเปลี่ยนตัววางหมากแบบซ้ำๆ เดิมๆ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกระแสต่อต้าน และรวมถึง ข่าวนักเตะเชลซีแตกแถวที่เขาไม่สามารถคอนโทรลได้ นั่นทำให้เรายังเห็นข่าว ซาร์รี่ เสี่ยงถูกปลดออกจากตำแหน่งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พร้อมกับรายชื่อของกุนซือที่น่าสนใจผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด

กระแสเชียร์อย่างหนักหน่วงก็คือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด!

“ซูเปอร์แฟร้งค์” ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลามจากแฟนบอล “สิงห์บลูส์” หลายๆ คน เช่นเดียวกับผลงานที่ทำกับ ดาร์บี้ ซึ่งต้องบอกว่าประสบความสำเร็จอยู่ไม่น้อย นี่คือโค้ชที่เชื่อมั่นในการผลักดันดาวรุ่ง และมีออร่าในแบบที่จะเรียกศรัทธาจากทุกคนในสนามได้ อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ถ้าวิเคราะห์กันจริงๆ ก็มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

องค์ประกอบแรกที่ทำให้ เชลซี ดูไม่เหมาะกับ แลมพาร์ด อย่างชัดเจนก็คือ แนวทางการบริหารงานของสโมสร เพราะการที่โค้ชคนหนึ่งจะเป็นกุนซือให้กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ได้! เขาจำเป็นต้องมีความแพรวพราวมากกว่าแค่การวางแท็คติกในสนาม การเมืองในสโมสร เชลซี มีระดับความโหดที่ดูแล้วไม่ต่างอะไรกับสถานการณ์การเมืองที่ประเทศไทยสักเท่าไหร่

เชลซี เป็นทีมที่ยึดถือนโยบายการซื้อเพื่อความสำเร็จมาตลอด และจะไม่ให้โอกาสโค้ชคนไหนได้ปั้นทีมยาวๆ ดังที่จะเห็นกับอดีตเทรนเนอร์หลายๆ คนของพวกเขา ที่พร้อมโดนปลดทันที โดยใช้ผลงานแค่ 1 ฤดูกาลวัด อังเดร วิลลาส โบอาส , หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ หรือแม้กระทั่งยุคปัจจุบันอย่าง ซาร์รี่ พวกเขาเหล่านี้ต้องทำทีมแข่งกับเวลาเหมือนกับโค้ชทุกๆ คนบนโลก แต่ที่ต่างกันก็คือเวลาของ เชลซี นั้นเดินเร็วกว่ามาก และหากคิดจะลองเอาอดีตแข้งดังของสโมสรมาคุมทีมเรียกศรัทธา พวกเขาควรจะดูเคสตอนแต่งตั้ง โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ เป็นตัวอย่าง

โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ

ขนาดเป็นแชมป์ยุโรป เขาก็ยังพร้อมถูกปลดหลังจากนั้นไม่นาน ถ้าเอาให้ใกล้กว่านี้ เชลซี จะลองดูทีมคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นตัวอย่างก็ได้! แฟนๆ ของพวกเขาเคยตีฆ้องร้องป่าวดีใจที่เห็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ มาคุมทัพ ถามว่าตอนนี้ แมนฯ ยู ก้าวมาไกลจากจุดเริ่มก่อนหน้านี้มั้ย ? มันก็ไม่ ปัญหาเบื้องต้นของทีมอย่าง แมนฯ ยู หรือ เชลซี ไม่ใช่เรื่องที่ว่าพวกเขาต้องไปเอาโค้ชตัวท๊อปของโลกที่ไหนมา – ปัญหาของพวกเขาเกิดขึ้นจากการบริหารงานภายในที่ขาดความชัดเจนอย่างสิ้นเชิง

เชลซี ดันแลมพาร์ด เฮดโค้ช

สิ่งที่สำคัญกว่าการปลด ซาร์รี่ หรือไม่ก็คือ เชลซี ควรไปหาผู้อำนวยการฟุตบอลฝีมือดีๆ มาช่วยเสียก่อน พวกเขาควรมีแผนโครงสร้างทีมระยะยาวที่ชัดเจน ไม่ใช่ว่าแก้ปัญหาด้วยการปลดๆ ซื้อๆ เดินตามโค้ชคนโน้นคนนี้ไปวันๆ การสื่อสารระหว่างโค้ชกับฝ่ายบริหารต้องมีความเข้าใจกันที่เคลียร์กว่านี้ มองเห็นอนาคตไปในทิศทางเดียวกัน

ฟุตบอลของพวกเขาจะยึดแนวทางการเล่นพื้นฐานแบบไหน แล้วทำแบบนั้นให้เหมือนกันหมดตั้งแต่ชุดเล็กยันชุดใหญ่ พอแผนโครงสร้างสโมสรชัดเจนแล้ว คราวนี้พวกเขาก็จะสามารถเลือกบุคลากรที่เหมาะสมกับสโมสรได้ตรงเป้ามากขึ้น ไม่ว่าจะนักเตะหรือโค้ช คาร์โล อันเชล็อตติ , อันโตนิโอ คอนเต้ , โชเซ่ มูรินโญ่

พวกเขาเหล่านี้เสกแชมป์ให้ เชลซี ได้ตั้งแต่ซีซั่นแรกกันทั้งนั้น แต่ตอนนี้พวกเขาไปอยู่ไหนแล้วล่ะ ? เชลซี เป็นแบบนั้นมาตลอด คว้าแชมป์ 1 ปี ฟอร์มตกอีก 3 ปี วนไปวนมาอยู่อย่างนี้! บางคนอาจจะบอกว่ามันไม่ได้แย่ ซึ่งมันก็จริง แต่สิ่งที่จริงกว่าก็คือ เชลซี มีศักยภาพที่จะทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมยั่งยืนกว่านี้ได้เยอะ

แลมพาร์ด

เชลซี ดันแลมพาร์ด นั่งโค้ช เขาคืออดีตนักเตะอันเป็นที่รักของสโมสร มันไม่ใครรู้ได้ว่าเขาจะกลายเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยมหรือไม่ แต่ถ้าเขาก้าวเข้ามาล้มเหลวกับ เชลซี ล่ะ ? ชีวิตของสโมสรหลังจากนั้นจะเดินไปทางใดต่อ มันมีวิธีการวางพื้นฐานที่ยั่งยืนอยู่ ก็คงต้องไปถามบอร์ด เชลซี ว่าจะปรับเปลี่ยนแก้ไขแค่ตั้งโค้ชใหม่ หรือจะลงมือทำอะไรที่มากกว่านั้น

Tags
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซาดิโอ มาเน่ ซาร์รี่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นิวคาสเซิล บาร์ซ่า บาร์เซโลนา บาเลนเซีย ปอล ป็อกบา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ปีศาจแดง ปืนใหญ่ พรีเมียร์ลีก ฟาบินโญ่ มาร์กซิยาล มูรินโญ่ ลินการ์ด ลิเวอร์พูล ลิโอเนล เมสซี่ วูล์ฟแฮมป์ตัน หงส์แดง อังเคล ดิ มาเรีย อาร์เซนอล อินเตอร์ มิลาน เจดอน ซานโช่ เจมส์ แมดดิสัน เจอร์เก้น คล็อปป์ เชลซี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เรอัล มาดริด เลสเตอร์ ซิตี้ เอฟเวอร์ตัน เอเมรี่ แจ็ค กรีลิช แมนฯ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แรชฟอร์ด แลมพาร์ด แฮร์รี่ เคน โควิด-19 โชเซ่ มูรินโญ่ โซลชา โรเมลู ลูกากู ไบรท์ตัน