เจาะลึก โมดริช บัลลงดอร์ 2018 แข้งเทพ มากกว่ากว่าแค่เล่นดี

เจาะลึก โมดริช บัลลงดอร์

เจาะลึก โมดริช บัลลงดอร์ หรือฟุตบอลทองคำเป็นรางวัลสำหรับนักเตะที่ค้าแข้งในยุโรป ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดในระดับโลก ปี 2008 การได้ 3 แชมป์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เฉิดฉายสุดขีดและย้ายไป เรอัล มาดริด ถัดมาอีกปี ถึงเวลาที่โลกจะรู้จัก ลิโอเนล เมสซี่ ให้มากขึ้น จากนั้นเป็นต้นมา สงครามระหว่าง 2 แข้งที่ดีที่สุดแห่งยุคก็เริ่มต้น

บัลลง ดอร์ 2018
ดราม่าร้อนแรงเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ โมดริช ได้รางวัล บัลลง ดอร์ 2018 แต่จากผลงานตลอดปีปฏิทิน และความดีที่สั่งสมมา ยังมีคนอื่นที่เหมาะสมกว่านี้หรือ?

แต่สงครามก็เหมือนงานเลี้ยงที่มีวันเลิกรา มันจบลงแล้วในปี 2018 กับ ลูก้า โมดริช ทุกปี ผู้คนมักจะถกเถียงกันว่า ใครเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร คำวิจารณ์เป็นเรื่องปกติ เฉกเช่นเดียวกัน โมดริช ก็เจอกับเสียงตอบโต้มากมาย แต่มันก็มีเหตุผลที่เขาเหมาะสมจะได้ในสิ่งที่เขาคู่ควร

แรงบันดาลใจแห่งยุโรปตะวันออก

นับตั้งแต่ปี 1998 ที่ ดาวอร์ ซูเคอร์ ได้รางวัลรองเท้าทองคำในฐานะดาวซัลโว เวิลด์ คัพ 1998 เราก็ยังมองไม่เห็นว่า จะมีนักเตะจากโรเอเชียคนไหนที่จะส่องประกายเท่ากับกองกลางร่างเล็กอย่าง โมดริช และในช่วงเวลา 2 ทศวรรษนี้ มีแข้งจากยุโรปตะวันออกเพียงคนเดียวเท่านั้นที่คว้ารางวัลฟุตบอลทองคำ คือ อังเดร เชฟเชนโก้ ในปี 2004

อังเดร เชฟเชนโก้
อังเดร เชฟเชนโก้ ได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปี 2004 และหากจะย้อนไปหาแข้งยุโรปตะวันออกก่อนหน้าเขา ก็คือ อิกอร์ เบลานอฟ ในปี 1986 เมื่อ ยูเครน ยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต

กองหน้าพรสวรรค์สูงที่หาไม่ได้ง่ายๆ ถือเป็นเวลานานกว่า 10 ปีที่ไม่มีผู้เล่นจากฝั่งตะวันออกได้รางวัลอันสูงค่านี้ โมดริช จึงสามารถเป็นได้มากกว่าแรงบันดาลใจให้กับแข้งรุ่นใหม่ๆ และเป็นแข้งโครแอตคนแรกที่ครอบครอง บัลลง ดอร์

 

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัย

มีหลายความเห็นที่เชื่อมั่นว่า การเป็นแชมป์ลีกนั้นหนักหนากว่าการเป็นแชมป์บอลถ้วย เพราะต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ขุมกำลังที่แน่นหนา แท็คติกชั้นยอดจากกุนซือ หากเป็นแชมป์ในประเทศได้ พวกเขาก็คู่ควรที่จะชิงตำแหน่งระดับนานาชาติต่อไป แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าทีมสโมสรสักแห่งเป็นแชมป์ลีกได้ 1 ใน 3 ฤดูกาลล่าสุด

โมดริช
นับตั้งแต่ปี 2012 ที่ย้ายมาร่วมทัพ โมดริช เป็นแกนหลักของทีมมาตลอด มีเพียง ฤดูกาล 2014/15 ที่ได้ลงเล่นน้อยเพราะบาดเจ็บยาว 3 เดือน และเขาอยู่ในชุดแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้ง 4 สมัย

และ 3 ฤดูกาลนั้นพวกเขาเป็นแชมป์ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปที่ชื่อว่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ติดต่อกัน ฟาดฟัน เอาชนะทีมชั้นยอดจากชาติอื่นๆ ได้หมดสิ้น อาจจะมีโชคนิดหน่อยในบางนัด ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในประวัติศาสตร์ พวกเขายังไม่ดีพอหรอกหรือ?

เรากำลังพูดถึง เรอัล มาดริด ที่มี โมดริช เป็นแกนหลักในนั้น และหลายเกมที่ขาด โมดริช พวกเขาก็ผิดฟอร์มไปเล็กน้อย ความคงเส้นคงวาในการรักษาฟอร์ม เพราะเหล่าซุปตาร์เมื่อเจอทีมไม่ถูกโฉลกก็มักยิงประตูไม่ค่อยได้ ป้องกันแชมป์ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ก็น่าจะพอส่งเสริมให้เขาได้รางวัลสักครั้งในอาชีพ

 

กวาดเรียบทุกรางวัล

อย่างที่รู้กันว่า นักเตะที่ประสบความสำเร็จไม่มีใครดังจากความพยายามชั่วข้ามคืน พวกเขาฝึกฝนอย่างหนัก บางคนเตะฟุตบอลเป็นก่อนจะเดินได้ตรงด้วยซ้ำ และสำหรับ โมดริช เขาฝ่าอุปสรรคมากมายในทีมที่มีดาวเด่นเป็นตัวจริงถึง 11 คน ปี 2018 ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาขึ้นรับรางวัล แต่รางวัลของเขา ยืดยาวเป็นหางว่าว

รางวัลแข้งยอดเยี่ยม ยูฟ่า

รางวัลแข้งยอดเยี่ยม ยูฟ่า นับเป็นอีกรางวัลที่รับประกันคุณภาพนักเตะ ช่วงระหว่างที่ ฟีฟ่า รวมรางวัลกับ บัลลง ดอร์ เคยมีคนค่อนแคะว่า รางวัลของสหพันธ์ลูกหนังยุโรปเที่ยงตรงมากกว่าด้วยซ้ำไป

ทั้งรางวัลกองกลางยอดเยี่ยม และรางวัล ฟิฟโปร ผู้เล่นทีมยอดเยี่ยม มาแล้ว 3 ปีติดต่อกัน ก่อนถึงปีทองที่เขาได้ทั้ง แข้งยอดเยี่ยมของ ยูฟ่า, ฟีฟ่า เดอะ เบสต์ และ โกลเด้นบอล ในศึก เวิลด์ คัพ อาจจะยกเว้นแชมป์โลกที่เฉียดไปนิดเดียว รางวัลมากมายเหล่านี้คือภาพที่ชัดเจน ตอกย้ำว่าเขานี่แหละ ที่สุดในโลก

 

หมดยุค โรนัลโด้ – เมสซี่

ปี 2010 เมสซี่, ชาบี เอร์นานเดซ และ อันเดรส อีเนียสต้า พาเหรดกันขึ้นลุ้น บัลลง ดอร์ เปลี่ยนระบบมาจับมือรวมรางวัลกับ ฟีฟ่า และ เมสซี่ ก็ได้รางวัลไป หลังจากนั้นไม่นาน

มีการเปิดคะแนนว่า หากยังใช้ระบบเดิมของ ฟร้องซ์ ฟุตบอล เวสลีย์ สไนเดอร์ จะได้รางวัลนี้จากผลงานกับ อินเตอร์ มิลาน และการเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แม้ฮอลแลนด์พ่ายสเปนในรีอบชิง

สไนเดอร์

สไนเดอร์ (กลาง เสื้อดำ) คือคนที่เราเชื่อว่าเป็นเจ้าของ บัลลง ดอร์ 2010 ตัวจริง ในฤดูกาลที่ อินเตอร์ มิลาน คว้าเทรเบิ้ลแชมป์ และได้เข้าชิงชนะเลิศ เวิลด์ คัพ 2010 แต่ไม่สามารถแก้คำสาปราชันไร้มงกุฎของ “อัศวินสีส้ม” ได้

ปี 2011 เมสซี่, โรนัลโด้ และ ชาบี เข้าชิงรางวัล ทุกคนชื่นชม ชาบี ในฐานะแกนหลัก เขาคือกองกลางที่คุมจังหวะเกม จ่ายบอลแบบเท้าชั่งทอง บ่อยครั้งอยู่ในตำแหน่งที่ทำดีแต่ไม่มีใครเห็น และเขาเป็นเพียงอันดับ 3 ของการชิงรางวัลในปีนั้น

อีกครั้งในปี 2013 บาเยิร์น เข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อล้างตาหลังจาก 1 ปีที่แล้วพวกเขาพ่ายจุดโทษ เชลซี แบบน่าเจ็บใจในบ้านตัวเอง อาร์เยน ร็อบเบน รับรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ แต่ฟอร์มของ ฟร้องค์ ริเบรี่ หยุดสายตาของทุกคน น่าเสียดายที่เขายังเป็นรองผลโหวตของ โรนัลโด้ และ เมสซี่

 

ริเบรี่
ริเบรี่ ได้เพียงแค่มองรางวัลที่เขาคู่ควร แต่เขาได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยม ยูฟ่า 2013 เป็นการปลอบใจ

ในที่สุด ฟร้องซ์ ฟุตบอลหมดความอดทนกับการโดนวิจารณ์ว่าเป็นแค่ ป็อปปูล่าร์ โหวต จึงแยกตัวออกมา และในที่สุดวันที่ผู้คนตั้งคำถามว่า หมดยุคของ เมสซี่ และ โรนัลโด้ หรือยังก็มาถึง เจาะลึก โมดริช บัลลงดอร์ การได้รางวัลของ โมดริช ไม่ได้หมายความว่า ทั้งสองสตาร์เบอร์หนึ่งระดับโลกจะไม่มีวันหวนกลับมาจับรางวัลนี้อีก เพียงแต่รางวัลนี้อยู่ในมือของคนที่เหมาะสมมากกว่าพวกเขาแล้ว เท่านั้นเอง

Leave a Reply