โอกาสสูง ! หงส์แดง ไร้ถ้วย แบบเลเวอร์คูเซ่น ทีมพระรอง ที่แสนเจ็บปวด

หงส์แดง ไร้ถ้วย แบบเลเวอร์คูเซ่น เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะเจอชะตาเดียวกับทีมเยอรมัน หลังก้าวเข้ามายกระดับ ลิเวอร์พูล จนอยู่ในจุดที่คู่ควรกับความสำเร็จ

แต่โลกฟุตบอล บางครั้งมันก็โหดร้าย! เพราะทีมที่ดีหลายๆ ทีมก็ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการเป็นแชมป์เสมอไป

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ยุคมิลเลเนี่ยม ก็เป็นทีมที่ดี

– บาเลนเซีย ยุค เอคตอร์ คูเปร์ ที่เข้าชิงบอลยุโรป ก็เป็นทีมที่ดี

– โททั่ล ฟุตบอล ของ ฮอลแลนด์ ยุคปี 74 ก็เป็นทีมที่ดี

– แมตธิว เล ทิสซิเอร์ และ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ ก็เป็นผู้เล่นที่ดี

ยังมีทีมฟุตบอลและผู้คนอีกมากมายที่เคยมีช่วงเวลาของตัวเอง เคยเป็นสุดยอดทีม แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็คว้าน้ำเหลว ไม่ได้รางวัลตอบแทนใดๆ กลับมาเลย ในแง่ของคุณภาพทีม ไม่มีใครปฏิเสธความแข็งแกร่งของ “หงส์แดง” ในชุดปัจจุบัน ตอนนี้พวกเขากำลังมีลุ้นทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ พรีเมียร์ลีก

แต่พอถึงช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานโค้งสุดท้าย – เหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” หลายๆ คนก็เริ่มกังวลว่า “พวกเขาจะรับประทานแห้วอีกหรือเปล่า” มันไม่ใช่แค่ประสบการณ์หลอนตอน เจอร์ราร์ด ลื่นล้ม! เพราะถ้าสังเกตดูดีๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น นับตั้งแต่ คล็อปป์ เข้ามาเป็นกุนซือ ลิเวอร์พูล เขายังไม่เคยได้แชมป์เลยสักถ้วยเดียว แถมมันยังประกอบไปด้วยรองแชมป์ถึง 3 หน

พระรองใน ลีก คัพ , ยูโรป้า และ แชมเปี้ยนส์ลีก

คล็อปป์

แล้วถ้าหากปีนี้ คล็อปป์ พา “หงส์” ว่าวอีก….. ลิเวอร์พูล จะกลายเป็น “ทีมพระรอง” ถึง 5 รายการในยุคกุนซือ “เฮฟวี่เมทั่ล” และมันก็มีโอกาสที่จะเป็นแบบนั้นเสียด้วย หากมองกันตามความจริงไม่โกหกกัน โอกาสที่พวกเขาจะปาดหน้า แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มันก็เหลือน้อยมากแล้ว  เว้นเสียแต่ว่า “เรือใบ” จะพลาดในการเจอกับ เลสเตอร์ หรือ ไบรท์ตัน ซึ่งมีโอกาสยากมาก

นั่นก็อาจทำให้ ลิเวอร์พูล เหลือลุ้นเพียงแค่ ชปล. เป็นความหวังสุดท้ายรายการเดียว โดยมี บาร์เซโลน่า ยืนขวางด่านอยู่ในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ถามว่าพวกเขามีสิทธิ์ผ่าน บาร์ซ่า ได้หรือไม่ ? เราต้องพูดกันแบบแฟร์ๆ เลยว่า ลิเวอร์พูล มีโอกาสแน่นอน!  ระบบฟุตบอล ของพวกเขาชั่วโมงนี้แทบไม่เป็นสองรองใคร เผลอๆ ในแง่ทีมเวิร์ค พวกเขาอาจจะเหนือกว่า “บาร์ซ่า” ด้วยซ้ำ

โดยมี เมสซี่ เป็น 1 ในคีย์แมนสำคัญที่จะตัดสินเกม ถ้าหาก ลิเวอร์พูล ทะลุผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ พวกเขาจะถูกมองเป็นทีมเต็งคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ทันที ไม่ว่าจะเข้าไปชนกับ ท๊อตแน่ม ฮอทสเปอร์ หรือ อาแจ็กซ์ ก็ตาม แต่ปัญหาที่สำคัญกว่า ถ้าวันนั้นมาถึงก็คือ พลพรรค “เร้ด แมชชีน” จะมีสภาพจิตใจที่พร้อมแค่ไหนสำหรับนัดชิงครั้งนี้

ลอริส คาริอุส

นอกเหนือจากภาพหลอนที่เคยเห็น ลอริส คาริอุส โชว์เหวอระดับปรากฏการณ์เมื่อปีก่อน เราต้องไม่ลืมว่าตอนนั้น ลิเวอร์พูล จะทราบแล้วว่าตัวเองคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จหรือไม่ ถ้าสำเร็จมันก็ดีไป…..ความกดดันทุกอย่างจะมลายสูญสิ้น แต่ถ้ามันไม่สวยหรูแบบนั้นล่ะ ?

ถ้ามันเป็นแบบนั้น! ลิเวอร์พูล จะต้องลงสนามในรอบชิง “บิ๊กเอียร์” บนความกดดันมหาศาลว่าพวกเขาจะกลายเป็นทีมรองแชมป์ 5 รายการ ภายในระยะเวลาแค่ 4 ปีหรือเปล่า นั่นคงไม่น่าจดจำสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะถ้าคำนึงถึงการที่พวกเขาอุตส่าแปรสภาพกลายเป็นทีมที่ดีขนาดนี้

โม ซาล่าห์

สำหรับตอนนี้ แฟนๆ ของยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ คงต้องหายใจเข้าลึกๆ แล้วมองไปทีละขั้น ลุ้นกันแบบเกมต่อเกม! เช่นเดียวกับ แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ต้องฝ่าด่านโคตรทีมอย่าง “เจ้าบุญทุ่ม” ให้ได้เสียก่อน ส่วน พรีเมียร์ลีก น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้ได้เปรียบในการมีแต้มนำแมนฯซิตี้หลายคะแนน แต่มาพลาดเองในช่วงท้าย

หลังจากนั้น พวกเขาก็คงต้องสวดภาวนาให้ตอนจบของหนังเรื่องนี้ ไม่กลายเป็นหนังสยองขวัญที่จะทำร้ายความรู้สึกของเขามากจนเกินไป ที่เรื่องราว หงส์แดง ไร้ถ้วย แบบเลเวอร์คูเซ่น จะไม่ต้องมาให้พบเห็นจริงในช่วงท้ายซีซั่นนี้

Leave a Reply