หงส์แดง อาถรรพ์พรีเมียร์ หากไร้แข้งฝรั่งเศส ก็ไร้แชมป์สูงสุด

หงส์แดง อาถรรพ์พรีเมียร์

หงส์แดง อาถรรพ์พรีเมียร์ เป็นประเด็นหลังการนำเป็นจ่าฝูง หลังจากที่พวกเขาบุกไปยันเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มา 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบัน พวกเขามีแต้มเหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 1 คะแนน ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันกลับมาเหลือเท่ากัน

ถ้าดูกันตามทฤษฎี และความน่าจะเป็นอะไรต่างๆ ทั้งหลาย ไม่มีทางพูดได้เลยว่าพวกเขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ เพราะในซีซั่นนี้ พวกเขาเพิ่งแพ้ไปเพียงเกมเดียว ส่วนเรื่องโปรแกรมอะไรต่างๆ ก็ยังมียากง่ายสลับกันไป ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้ ทั้งสองทีมลุ้นแชมป์ คงได้วัดกันไปจนถึงช่วงโค้งสุดท้าย น่าจะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่สนุกอย่างแน่นอน

ด้านสื่อชื่อดังอย่าง เดลี่ เมล เปิดเปยข้อมูลที่น่าสนใจออกมาหนึ่งอย่าง มันทำให้ผมรู้สึกตกใจและประหลาดใจอยู่ไม่น้อย หรือว่ามันอาจจะเป็นอาถรรพ์อะไรพวกนั้นเลยรึเปล่า ซึ่งพอเอามาคิดๆ ดูแล้ว มันอาจจะเป็นเรื่องที่บังเอิญก็ได้ เพราะถ้าสุดท้ายแล้วในซีซั่นนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถพาลูกทีมเป็นแชมป์ได้สำเร็จ

ข้อมูลที่ว่าก็คือ “ไม่มีสโมสรไหน คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้โดยที่ไม่มีนักเตะฝรั่งเศส!!”

ในวงเล็บว่า นับตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา พอมานั่งย้อนๆ ดูก็ต้องบอกว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ บวกลบก็ 20 ปีพอดิบพอดี ปัจจุบัน นักเตะทั้ง 22 คนที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เลือกใช้งานมาในฤดูกาลนี้ เขาไม่มีนักเตะฝรั่งเศสอยู่ในทีมเลยแม้แต่คนเดียว ลูกทีมของ คล็อปป์ ทีอังกษ 7 คน, บราซิล 3 คน, 2 จากฮอลแลนด์ และ เบลเยี่ยม, แคเมอรูน, โครเอเชีย, อิยิปต์, กีนี, โปรตุเกส, เซเนกัล, สเปน, สวิตเซอร์แลนด์ และสกอตแลนด์ ชาติละคน

ซึ่งพวกเขาอาจจะเป็นสโมสรแรกในรอบ 20 กว่าปี ที่ไม่มีแข้งเฟร้นช์อยู่ในทีม แต่ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ก็ได้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา “หงส์แดง” พยายามเดินหน้าซื้อตัว นาบิล เฟคีร์ เข้ามาเป็นหนึ่งในขุมกำลัง แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธไป หลังตรวจร่างกายไม่ผ่าน ฉะนั้นจะบอกว่า คล็อปป์ ไม่ชอบนักเตะฝรั่งเศส คงไม่ใช่แน่ เพียงแต่มันไม่มีเข้ามาเท่านั้นเอง

แชมป์แรกในยุคนี้ หรือ 20 ปีก่อน เริ่มกันที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับการเป็นแชมป์ในฤดูกาล 1999-2000 โดยหนนั้นทีมมี มิกาเอล ซิลแวสตร์ อยู่ในทีม และก็ป้องกันแชมป์ได้ในปีถัดมา หลังจากนั้นปี 2001-02 อาร์เซน่อล ที่ก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่บ้าง

พวกเขาก็มี ปาทริก วิเอร่า, เธียร์รี่ อองรี และ โรแบร์ ปิแรส เช่นเดียวกับแชมป์ชุดไร้พ่ายของทัพ “ปืนโต” เป็นไปไม่ได้เลยที่ อาร์เซน่อล จะไม่มีผู้เล่นฝรั่งเศส อยู่ในทีม ขนาดกุนซือยังเป็นคนเลือดเฟร้นช์เลย

ในยุคแรกของ โชเซ่ มูรินโญ่ เขาเข้ามาคุม เชลซี ก็จัดการคว้า วิลเลี่ยม กัลลาส, โคล้ด มาเกเลเล่ เข้าสู่ทีมเมื่อปี 2004-05 ซึ่งบอกตามตรง ผมก๋ไม่รู้นะว่าแฟนบอลที่นั่นและแฟนบอลบ้านเรา เขาถือหางบรรดาผู้เล่นเลือดน้ำหอมมากน้อยสักเพียงไหน ซึ่งในขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูส้น ก็นำเข้า ปาทริซ เอวร่า และ หลุยส์ ซาฮา เข้าสู่ทีม ก็ประคองเข้าป้ายไปอีก 3 สมัย เชลซี ในอีกยุคหนึ่งก็มี ฟลอร็องต์ มาลูด้า อยู่ในทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยุครุ่งเรื่อง หลังจากได้กลุ่มถือหุ้นจากตะวันออกกลาง พวกเขาก็มี ซามีร์ นาสรี่ ถึง 2 ซีซั่น ส่วน เชลซี ของ มูรินโญ่ ในยุคที่ 2 พวกเขามี โลอิค เรมี่ และ เคิร์ต ซูม่า อยู่ในทีม หลังจากนั้นก็เป็นปาฎิหารย์ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ได้แชมป์ โดยมี เอ็นโกโล่ กองเต้ อยู่ในทีม

ขนาดในปีถัดมา เชลซี กลับมาเป็นแชมป์ ก็ดันมี ก็องเต้ อยู่ในสโมสรเช่นกัน ส่วนปีล่าสุด “เรือใบสีฟ้า” มีนักเตะถึง 3 รายด้วยกันที่เป็นชาวฝรั่งเศส คือ อายเมอริค ลาปอร์กต์, เอเลเควียม ม็องกาล่า และ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตุ เพราะไม่อย่างนั้น อาถรรพ์อาจะเล่นงานโค้ชประจำทีมจนไม่ประสบความสำเร็จ

มันน่าสนใจไปมากกว่านั้นอีกตรงที่ ถ้านับตั้งแต่ที่ พรีเมียร์ลีก เริ่มก่อตั้งมาแทน ดิวิชั่น 1 เดิม กลับมีเพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น ที่ไม่มีนักเตะฝรั่งเศส ได้ถือด้วยแชมป์ นั่นก็คือปี 1994-95 ที่ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส เป็นแชมป์

และปี 1998-99 ยุคทริปเปิ้ลแชมป์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เหลือ ไม่ว่าจะมากน้อยขนาดไหน ก็ต้องมีผู้เล่นฝรั่งเศสเข้ามามีเอี่ยวด้วยตลอด

ไม่ได้หมายความว่า ลิเวอร์พูล จะโดนทฤษฎีสมคบคิดนี้ ทำให้พวกเขาไม่ได้แชมป์ เพราะอย่างที่บอก พวกเขาอาจจะเป็นทีมแรกในยุคมิลเลนเนียม ที่สามารถคว้าโทรฟี่ โดยไม่ต้องพึ่งพานักเตะจากแดนตราไก่เลยก็เป็นได้

อย่างที่เราทราบกันดีว่า หงส์แดง อาถรรพ์พรีเมียร์ รอแชมป์รายการนี้มาแล้ว 29 ปี และในปีนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหน ที่พวกเขามีโอกาสเช้าใกล้ได้มากที่สุดแล้ว ฉะนั้นการมีหรือไม่มีนักเตะจากแดนน้ำหอม ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่น่าที่จะทำให้พลพรรค “เดอะ ค็อป” หวั่นใจไปได้หรอก จริงไหม?

และนี่คือเหล่านักเตะฝรั่งเศส ที่เคยคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

art

Leave a Reply