หงส์แดง สามัคคี ทีมเวิร์ค โชว์ของ ตบบาร์ซ่า เข้าไปรอฟัด สเปอร์ส

หงส์แดง สามัคคี ทีมเวิร์ค

เรามักได้ยินคำพูดที่นักเตะในยุค 80 หรือ 90  ฟุตบอลยุคนี้ไม่เหมือนเดิม

หงส์แดง สามัคคี ทีมเวิร์ค มีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก แท็คติก แนวทาง เงินทอง ความเป็นธุรกิจ และนักฟุตบอลเดี๋ยวนี้เป็นยิ่งกว่านักฟุตบอล แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพูดกันอย่างไร ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศระหว่าง ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือถ้าใครผ่านมาเจอหลังจากจบเกม บอกเลย พวกเขาคือหลักฐานว่าฟุตบอลคือกีฬาประเภททีม

คล็อปป์ และ พอช
การพบกันของ คล็อปป์ และ พอช ไม่ต่างจากมวยถูกคู่ รู้จักกันดี ฝีมือสูสี สถิติ 7 ครั้งล่าสุด ท็อตแน่ม ชนะเพียงครั้งเดียว แต่สถิติเดิมไม่รับประกันผลลัพธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่

ไม่ใช่ว่า นักเตะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เมาริซิโอ ปอเช็ตติโน่ จะส่งลงสนามไม่มีความสามารถ มีแน่นอนแต่เราไม่เคยเห็นว่า โม ซาลาห์ หรือ แฮร์รี่ เคน พาบอลจากครึ่งสนามไปถึงหน้าปากประตูแล้วซัดแสกหน้านายด่านฝั่งตรงข้าม พวกเขาต่อบอลตามจังหวะ เข้าขากับเพื่อนร่วมทีม และอาศัยโชคเล็กๆ น้อยๆ ในบางครั้ง ซึ่งฟอร์มของหงส์แดงในลีกเคยทำได้ดีกว่าแมนซิตี้จนได้เปรียบมาแล้ว

การเล่นฟุตบอลชายเดี่ยวอย่าง เปเล่ หรือ ดิเอโก้ มาราโดน่า ก็ไม่ผิด ข่าวกีฬา ฟุตบอลตอนนั้นไม่ใช่สมการที่ทั้งสองข้างต้องเท่ากัน แต่เป็นศิลปะที่เปิดกว้าง ทุกทีมต้องการคนบันดาลใจ อยากมีฮีโร่ แต่พวกเขามีฮีโร่ได้มากกว่า 1 คน เหมือนที่เราเห็นใน ดิ อเวนเจอร์ส นั่นล่ะ สองคนดีกว่าคนเดียว และถ้ามากันเป็นทีมน่าจะดีที่สุด

มาราโดน่า
ยิ่งกว่าความสามารถเฉพาะตัว อาร์เจนติน่า เมื่อครั้งที่ได้แชมป์โลกไม่ใช่เพราะ มาราโดน่า แต่เพราะขาซ้ายของ มาราโดน่า เท่านั้น! เขาเป็นสตาร์ในยุคของเขา แต่ถ้าเขามาเกิดในยุคนี้ใครจะไปรู้

หน้าตาของ 11 ตัวจริงทั้งสองฝ่ายไม่รู้จะออกมาเป็นเช่นไร แต่เชื่อเลยว่าทั้งคู่จะขนชุดที่ดีที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุดลงสนาม ซึ่งถ้าเคาะแท็คติกออกมา พวกเขาต่างก็เคยใช้งานนักเตะด้วยแผนที่หลากหลายในรอบที่ผ่านมา ท็อตแน่ม สามารถเล่นแบบแนวรับ 3 หรือ 4 ตัวก็ได้ ส่วน ลิเวอร์พูล เกมรุกของพวกเขาเป็นไปได้มากกว่า 1 แบบ

แต่ผลลัพธ์ก็คือประตู และการปรับแผนระหว่างเกมก็เกิดขึ้นได้ กุนซือหนุ่มมีไม้เด็ดและปราศจากความกลัว ไม่อย่างนั้น ท็อตแน่ม คงไม่สามารถผ่าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาได้อันที่จริง แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจนว่าทีมเวิร์คสำคัญเพียงไหน ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่กวาด 3 ถ้วยรวมในประเทศ

ทีมชุดนี้พรั่งพร้อมด้วยผู้เล่นมากความสามารถเต็มแน่น มีดาวรุ่งจิตใจห้าวหาญ ตัวเก๋าที่คอยประคองทีม ส่วนผสมของพวกเขาลงตัว คนที่พวกเขาตั้งใจว่าจะใช้งานจากทักษะที่ยอดเยี่ยมอย่าง ริยาด มาห์เรซ และมีค่าตัวราคาแพงถึง 60 ล้านปอนด์ (2,520 ล้านบาท) กลายเป็นว่ายังไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไร

เป็บ เมสซี่
เป๊ป พาทีมคว้าแชมป์เพราะมี เมสซี่ หรือเพราะ เมสซี่ ได้กุนซือสมองเพชรอย่าง เป๊ป มันเป็นคำถามที่แฟนๆ สงสัยอยู่เสมอ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการมีกันและกัน ร่วมงานกันของทั้งคู่ ทำให้ บาร์เซโลน่า ในยุคนั้นเป็นทีมที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้เลย

มองลึกลงไปอีกในรอบรองชนะเลิศที่มี อาแจ็กซ์ และ บาร์เซโลน่า โดยเฉพาะ อาแจ็กซ์ พวกเขาคือทีมพลังหนุ่มที่ขับเคลื่อนด้วยกัปตันวัยเพียง 19 อย่าง มาไธจ์ เดอ ลิกต์ และมีแนวรุกชั้นดี ฮาคิม ซิเย็ค รวมถึงกองกลางที่ยักษ์ใหญ่จองตัวไว้แล้ว เฟรนกี้ เดอ ยอง และคนอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง ที่ขาดไม่ได้คือระบบของทีมที่หยั่งรากลึก

ผลผลิตของที่นี่แทบทั้งหมดเป็นงานเกรดเอและบีบวก อยู่ที่คนรับช่วงต่อจะนำไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพแค่ไหน บาร์เซโลน่า ก็ไม่ใช่ทีมขี้ริ้วขี้เหร่ เรารู้กันดีว่า พวกเขามีนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ทีมเวิร์คทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จเป็นเทรเบิ้ลแชมป์ 2011 และ 2015

เพราะ กวาร์ดิโอล่า และ หลุยส์ เอ็นริเก้ สามารถผสมผสานระบบและความเป็นตัวตนของนักเตะได้อย่างลงตัว นั่นเป็นเหตุผลที่ เมสซี่ ไม่ได้แชมป์โลกกับทีมชาติอาร์เจนติน่า และด้วยปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้กับผู้เล่นใหม่ๆ ที่ยังทดแทนคนเก่าไม่ได้ มันทำให้ทีมดังแคว้นไปไม่ถึงฝั่งฝัน

เมสซี่

เห็นได้ชัดจากการเจอกับ “หงส์แดง” ในรอบรองชนะเลิศ พวกเขาพึ่งพา ลิโอเนล เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ อย่างมาก ส่วนคนอื่นเล่นไม่ค่อยออก และทีมชุดนี้เปลี่ยนไปจากเมื่อ 4 ปีก่อนเกินครึ่ง เมื่อต้องอาศัยพลังของใครบางคนอย่างมาก เมื่อเจอกับ หงส์แดง สามัคคี ทีมเวิร์ค เล่นในแอนฟิลด์ ก็อาจไม่ใช่เซอร์ไพรส์ที่ต้องตกรอบ

ไม่ว่าเมื่อไรฟุตบอลก็เป็นกีฬาประเภททีมเสมอ ไม่อย่างนั้นการไล่นักเตะออกสักคนคงไม่ทำให้ทีมเสียเปรียบอีกฝ่ายมากมายนัก และการแข่งขันจะดำเนินไปได้ก็เมื่อแต่ละฝ่ายมีผู้เล่นลงสนามมากกว่า 7 คน แข้งพรสวรรค์อาจเป็นตัวตัดสินเกม แต่บางครั้งทีมก็ชนะได้โดยที่เขาไม่ได้ยิง ไม่ได้จ่าย ฟอร์มตก เพราะยังมีคนที่อยู่ประคับประคองกันไป ก็เหมือนที่ปรมาจารย์ลูกหนังผู้ล่วงลับอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ ได้เคยกล่าวไว้ว่า “เพื่อบรรลุเป้าหมาย ทุกคตนต้องร่วมมือกัน” ฉันใดก็ฉันนั้น

Leave a Reply