ศึกนักปั้นมือทอง : การปฏิวัติระบบ เยาวชน พีเอสวี ท้าชน อาแจ็กซ์

เวลาเราพูดถึงทีมใน ฮอลแลนด์ ที่เชี่ยวชาญในการปั้นแข้งดาวรุ่งขึ้นมาประดับวงการ เราจะนึกถึง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม แต่ตอนนี้ได้กลายเป็น ศึกนักปั้นมือทอง : การปฏิวัติระบบ เยาวชน พีเอสวี ท้าชน อาแจ็กซ์ อยากรู้จะท้าชนได้ดีแค่ไหน ดียังไง มาดู

ศึกนักปั้นมือทอง : การปฏิวัติระบบ เยาวชน พีเอสวี ท้าชน อาแจ็กซ์

อเคเดมี่ ที่ดีที่สุด , ส่งออกนักเตะเข้าสู่ 5 ลีกดังยุโรปเยอะที่สุด โดยมีตำนานขึ้นหิ้งอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ เป็นผู้วางรากฐานอันแข็งแกร่ง
การเซ็น โรมาริโอ การปฏิวัติระบบ เยาวชน พีเอสวี ท้าชน อาแจ็กซ์นั่นตรงกันข้ามกับ พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ที่โดดเด่นกับเรื่องการเซ็นสัญญา การค้นหาเพชรในตมจากทีมอื่นๆ มาปั้นให้เป็นดาวมากกว่า ว่ากันว่า ทีมแมวมองของ พีเอสวี นั้นเป็นทีมงานระดับคุณภาพที่มีเครือข่ายยุ่บยั่บไปหมด ไม่ว่าจะอยู่ไกลโพ้นแค่ไหนก็ตาม

การเซ็น โรมาริโอ ในปี 1988 ต่อด้วยการคว้า โรนัลโด้ มาปั้นให้กลายเป็น “โล้นทองคำ” ในอีก 6 ปีถัดมา คือตัวอย่างชั้นดีที่สโมสรเคยแสดงฝีมือให้เห็นมาแล้ว

แต่ด้วยสถานการณ์ของโลกลูกหนังที่เปลี่ยนไปตั้งแต่เข้าสู่กลางยุคทศวรรษที่ 90 เช่นเดียวกับเรื่องค่าลิขสิทธิ์ทีวี และปรากฏการณ์ของ พรีเมียร์ลีก และ กัลโช่ เซเรีย อา ที่บูมมากๆ ณ เวลานั้น มันก็ทำให้ เอเรดริวิซี่ ไม่ใช่จุดหมายปลายทางที่น่าสนใจเหมือนเมื่อช่วงยุค 70-80

หากเป็นเมื่อก่อน ผู้เล่นอย่าง เนย์มาร์ หรือ วินิซิอุส จูเนียร์ มีโอกาสที่จะย้ายมาปรุงแต่งฝีเท้าของตัวเองที่ พีเอสวี หรือทีมอื่นๆ ใน ฮอลแลนด์ อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้พวกเขาสามารถก้าวขาไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า หรือ เรอัล มาดริด ได้ทันที

พีเอสวี เคยมีดีกรีเป็นถึงแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ เมื่อปี 1988 ในยุคของกุนซือ กุส ฮิดดิ้งค์ แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีแรงดึงดูดเหล่าแข้งดาวรุ่งระดับ เวิลด์คลาสส์ อีกต่อไปแล้ว

บอร์ดบริหารของทีมดังแห่งถิ่น ฟิลลิปส์ สตาดิโอน ไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขารู้ตัวว่าไม่สามารถดำเนินธุรกิจในแบบถนัดของตัวเองได้อีก

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ พีเอสวี เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ อเคเดมี่ ดาวรุ่งของสโมสรอย่างจริงจัง ติดตาม 5 ปัญหาที่ แลมพาร์ด ต้องแก้

มาร์ค ฟาน บอมเมล

“มาร์ค ฟาน บอมเมล กุนซือของ พีเอสวี ผงกหัวเห็นด้วยเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยกล่าวว่า “ผมคิดเสมอว่ารากฐานของทีมเยาวชนคือสิ่งที่สำคัญมากของวงการฟุตบอลดัตช์ เราพยายามจะทำมันให้ดีขึ้น และยกแบรนด์ อเคเดมี่ ของ พีเอสวี ขึ้นไปให้มากที่สุด”

เออร์เนส ฟาเบอร์ หัวหน้าฝ่าย อเคเดมี่ ของ พีเอสวี ระบุถึงเรื่องนี้ว่านี่คือสิ่งที่สโมสรก้าวลงมาพัฒนาอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2000 ที่มีทั้งการลงทุนและการจัดสรรค์บุคลากรกันอย่างเต็มตัว

ด้วยความตั้งใจและทดทน ในที่สุดผลงาน อเคเดมี่ ของ พีเอสวี ก็ผลิดอกออกผล

เมมฟิส เดปาย , จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม , เควิน สตรูทมัน , อาร์เยน ร็อบเบน , รุด ฟาน นิสเตลรอย คืองานปั้นชั้นดีที่ได้รับการยอมรับในวงการฟุตบอลระดับสูง ซึ่งล่าสุด ฟาน นิสเตลรอย ก็ถูกดึงเข้ามาเป็นเทรนเนอร์ทำทีมชุด ยู 19

เมื่อเปลี่ยนมาดำเนินนโยบายนี้ พีเอสวี จึงเริ่มมีศูนย์ฝึกเยาวชนระดับคุณภาพในแบบเต็มตัวเหมือน อาแจ็กซ์ และนักเตะที่พร้อมทุ่มกายถวายหัวเพื่อโอกาสในการลงเล่น , พิสูจน์ตัวเอง และความกระหายในการเก็บประสบการณ์บนเวที แชมเปี้ยนส์ลีก

สตีเฟ่น เบิร์กไวน์

นั่นทำให้ พีเอสวี มีนักเตะจากแคมป์ของตัวเองแจ้งเกิดขึ้นมาเพียบ โดย เจเนอเรชั่น ล่าสุดก็มีแข้งที่นำโดย สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ , เจโรน ซูท , ยอร์ริท เฮนดริกซ์ , โคดี้ ก๊าคโป และอื่นๆ อีกมากมาย

สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ คือดาวจรัสแสงที่ถูกจับตามองในทีมชุดนี้มากที่สุดพอๆ กับแข้งที่ซื้อเข้ามาปั้นอย่าง เออร์วิ่ง โลซาโน่ จากคำบอกกล่าวของ ฟาน บอมเมล

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับ พีเอสวี ในช่วงนี้ คือสิ่งเดียวกับที่ อาแจ็กซ์ ลงมือทำชัดๆ มันคือภารกิจที่ต้องรอคอยอย่างใจเย็น ซึ่งหลังจากอดทนรอมานับ 10 ปี! พวกเขาก็ได้ภาคภูมิใจกับมันเสียที

อาแจ็กซ์ พีเอสวี

สถิติกำไรสูงสุดที่เคยขาย เดปาย ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015 คงจะกลายเป็นเรื่องจิ๊บจ้อยมากๆ ในอนาคต ถ้าหากระบบเยาวชนของ พีเอสวี ยังพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งแบบนี้

เมื่อนั้น สโมสร พีเอสวี ก็พร้อมที่จะเป็นเสี้ยนหนามคอยรังควานมหาอำนาจอย่าง อาแจ็กซ์ ต่อไปอีกยาวๆ และใครจะรู้ ถ้าแผนของพวกเขาทำได้ต่อเนื่องมากพอ – อีก 10 ปีข้างหน้าเราอาจจะมองสถานะของ พีเอสวี กับ อาแจ็กซ์ แตกต่างจากในวันนี้ก็เป็นได้ครับ


ณ ตอนนี้ได้กลายเป็น ศึกนักปั้นมือทอง : การปฏิวัติระบบ เยาวชน พีเอสวี ท้าชน อาแจ็กซ์ ที่น่าติดตามมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ติดตาม บทความบอลดีๆ สถิติบอล ที่น่าสนใจ ข่าวกีฬา จากทุกลีกดังได้ทาง : thawaction.org

Leave a Reply