เจาะลึก ล้วงฟอร์ม ฟาบินโญ่ เกมปืนใหญ่เล่นไม่ออกหรือโชคไม่ดี

เจาะลึก ล้วงฟอร์ม ฟาบินโญ่ หลังจบเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกไปเสมอกับ อาร์เซน่อล 1-1 หลายๆ คนต่างเสียดายกับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเชียร์ทีมไหน

แต่บางกลุ่มก็บอกว่าผลการแข่งขันแบบนี้ เหมาะสมแล้วถ้าดูจากการเล่นทั้ง 2 ฝั่งตลอด 90 นาที ซึ่งมันก็จริงทั้ง 2 อย่างครับ เพราะโดยรวม อาร์เซน่อล ก็เล่นได้ดีกว่า แต่ทีเด็ดของ ลิเวอร์พูล เองก็มีพร้อม ที่จะทุบเจ้าบ้านได้เหมือนกัน

 

การได้ประตูนำไปก่อน 1-0 จาก เจมส์ มิลเนอร์ ซึ่งก็คือการพลาดของเจ้าบ้านที่ปล่อยให้ถูกโจมตีทางริมเส้นเข้ามา จุดท้าย แบรนด์ เลโน่ ก็ทุบบอลไปเข้าทางกองกลางชาวอังกฤษ แปชาร์จกลับเข้าไป

 

แต่หลังจากนั้นเอง อาร์เซน่อล เองก็โจมตีใส่คู่แข่งอย่างหนักหน่วงเหมือนเดิม สุดท้ายก็มาได้ประตูจาก อเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์ ซึ่งต้องชมความยอดเยี่ยมของทั้ง อเล็กซ์ อิโวบี้ และ ตัว ลากาแซ็ตต์

 

อีกคนหนึ่งก็สร้างความอันตรายในกราบซ้าย อีกคนก็ ยิงประตูได้อย่างยอดเยี่ยม เลยทำให้ “ปืนใหญ่” เก็บหนึ่งคะแนนสำคัญในเกมนี้ได้สำเร็จ

ขณะที่ ลิเวอร์พูล ในฐานะที่นำก่อน ก็ต้องบอกว่าน่าเสียดาย ที่ไม่ได้ 3 คะแนนในเกมนี้

 

11 ผู้เล่นตัวจริงของ อาร์เซน่อล ถือว่าเล่นได้ตามมาตรฐานเลยครับ จะมีติงนิดหน่อยก็คงจะเป็น ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ที่ดูเหมือนจะเกร็งๆ สำหรับเกมสำคัญเกมนี้

 

ส่วนคนที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจาก ลากาแซ็ตต์ แล้วก็คงต้องยกให้กับ ร็อบ โฮลดิ้ง ที่เล่นได้อย่างเหนียวแน่นมากขึ้นทุกวันๆ ไม่ได้เป็นตัวตลกเหมือนตอนช่วง อาร์แซน เวนเกอร์ คุมทีมอีกต่อไป

 

อีกคนก็คือ ลูคัส ตอร์เรร่า ที่กวาดเกมแดนกลางของคู่แข่งได้อย่างอยู่หมัด เจ้าตัวประสานงานกับ กรานิต ชาก้า ได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ส่วนทาง ลิเวอร์พูล ก็เล่นกันได้ดีหลายคนเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น เวอร์กิล ฟาน ไดค์ ที่วันนั้นมีการเล่นเกมรุกเข้าไปยิงด้วย เจมส์ มิลเนอร์ ที่พยายามพล่านไปทั่วสนาม โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ที่สร้างความอันตรายได้อยู่บ่อยครั้ง

 

แต่กลับมีอยู่หนึ่งคนบนสนามที่ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังแบบสุดๆ

 

คนๆ นั้นคือ ฟาบินโญ่ !!

เจาะลึก ล้วงฟอร์ม ฟาบินโญ่

นักเตะชาวบราซิเลียน เป็นผู้เล่นคนแรกที่ ลิเวอร์พูล เปิดตัวเมื่อจบฤดูกาล สร้างเสียงฮือฮาให้ใครหลายต่อหลายคน

 

แต่เขากลับกลายเป็นตัวเลือกสุดท้าย ในบรรดาผู้เล่นหน้าใหม่ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังได้เห็นฟอร์มเมื่อเล่นรวมกับทีมในช่วงปรีซีซั่น

 

ด้วยความที่เขาเป็นนักเตะบราซิเลียน ที่เดินทางไกลมาจาก ลีก เอิง เวลาปรับตัวให้มันเข้ากับความเร็วของฟุตบอลอังกฤษ ก็ต้องมากกว่าคนอื่น

 

ด้วยสรีระร่างกาย ที่ไม่ได้ตัวเล็กวิ่งเร็วเหมือน นาบี เกอิต้า ยิ่งต้องใช้เวลาปรับจูนให้เข้ากับระบบของ คล็อปป์ มากขึ้นไปอีก

 

ซึ่งในเกมที่ “หงส์แดง” ถล่ม คาร์ดิฟฟ์ 4-1 มาเมื่อสัปดาห์ก่อน ฟาบินโญ่ ได้รับคำชมมากมายจากนักวิเคราะห์เกม รวมถึงโลกโซเชียล เพราะเจ้าตัวตัดเกมแดนกลางคู่แข่งได้อยู่หมัด จนทำให้ คาร์ดิฟฟ์ ครองบอลทั้งเกมไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

 

แต่มันก็เป็นไปตามที่คิดเอาไว้คือเขาไม่เหมาะกับเกมที่พบ อาร์เซน่อล

 

บอลระดับสูงแบบเกมนี้ แถมคู่แข่งยังเป็นทีมเล่นเร็ว ยังไม่เหมาะกับ ฟาบินโญ่ ที่กำลังปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษมาได้เพียง 2-3 เดือน

 

แล้วมันก็ส่งผลจริงๆ ฟาบินโญ่ ไม่สามารถทำอะไรเพื่อทีมได้เลย

 

โอเคการจ่ายบอล การเติมเกมไปข้างหน้าถือว่าไม่น่าเกลียด แต่การสกัด การดักจังหวะ ชะลอเกม เรียกง่ายๆ ว่าสิ่งต่างๆ ที่นักเตะเกมรับพึงมี เขาทำได้ไม่ดีพอเลยในเกมนี้

 

ส่วนหนึ่งมันก็มาจากความเร็วของเกม การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วของ อาร์เซน่อล ที่ทำให้มันกลายเป็นแมตช์แห่งความทรงจำที่ไม่ดีของเจ้าตัวไป

 

เอาจริงๆ แล้วเชื่ออยู่อย่างว่าถ้าสถานการณ์ไม่ได้บังคับแบบนี้ คล็อปป์ คงไม่ใส่ชื่อเขาลงเป็นตัวจริงแน่

 

แต่เหตุการณ์ดันมาเกิดที่ว่า เกอิต้า และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ดันมาเจ็บตอนนี้พร้อมกัน รวมถึงไป อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ที่พักยาว

 

ทำให้ คล็อปป์ ต้องส่ง ฟาบินโญ่ ลงอย่างจำยอม เล่นร่วมกับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ มิลเนอร์ ทำให้งานของทั้ง 3 คนมันเลยดูยากไปเลย

 

เพราะขณะที่คู่แข่งเล่นมิดฟิลด์แค่ 2 ตัว แต่ดันครองเกมแดนกลางได้ เนื่องจากทั้ง ชาก้า และ ตอร์เรร่า พร้อมกับเกมนี้มากกว่านั่นเอง

 

ฟาบินโญ่ ก็โดน คล็อปป์ ทั้งติวทั้งด่าตลอดทั้งเกม

 

จริงๆ ก็น่าเห็นใจนะครับ สำหรับตัว ฟาบินโญ่ เพราะผมยังเชื่อว่าถ้าเขาปรับตัวกับเกมอังกฤษได้แล้ว แมตช์อย่างนี้ เขาคงจะไม่พลาดมากมายอะไรขนาดนั้นแน่นอน

 

แต่ในสถานการณ์กลับกัน ก็มองได้อย่างหนึ่งว่า คล็อปป์ เอง อาจจะเป็นกุนซือที่แก้ปัญหาสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ไม่เก่งเท่าใดนัก

 

เพราะเปรียบเทียบกับ อูไน เอเมรี่ ที่รู้ว่านักเตะของตัวเองแต่ละคเป็นอย่างไร มีสไตล์แบบไหน บ่อยครั้งที่เราจะเห็นการเปลี่ยนตัวของเขาสร้างอิมแพค หรือผลบวกให้กับทีม

 

ในเกมนี้เองก็เช่นกัน เมื่อเขาส่ง อารอน แรมซี่ย์ และ อิโวบี้ ลงสนาม เกมกลับเปลี่ยนไปเป็นทิศทางของ “ปืนใหญ่” ทันที

ลองคิดกลับกันว่าถ้าเป็นกุนซือมากประสบการณ์ คิดง่ายๆ ว่าถ่าเป็น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุม ลิเวอร์พูล ลงสนามเกมนี้ เราอาจจะได้เห็น โจ โกเมซ ลงสนามเป็นมิดฟิลด์ก็เป็นได้

 

หรืออาจจะได้เห็น ฟาบินโญ่ ลงเล่นแบ็กขวา โดยขยับให้ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ไปยืนกลางก็ได้เช่นกัน

 

เพราะหลายครั้งที่เราเห็น เฟอร์กี้ จัดตัวแบบแปลกๆ ลงสนามในแต่ละเกม คือพูดง่ายๆ ว่าจัดสรรตัวผู้เล่นให้เข้ากับสถานการณ์ในแต่ละเกม ไม่ได้แค่แก้ปัญหาเมื่อนักเตะบาดเจ็บอย่างเดียว

 

เจาะลึก ล้วงฟอร์ม ฟาบินโญ่ สุดท้ายผลมันออกมาด้วยการแบ่งแต้ม ก็ต้องบอกว่าสมเหตุสมผลแล้วครับที่สกอร์มันออกมาแบบนี้ เพราะมันก็สูสีกันทั้งคู่ ถ้าเป็นมวยศึกชิงเข็มขัด ก็ต้องมีรีแมตช์อย่างแน่นอน

เพียงแต่แค่มันกลายเป็นเกมที่โชคร้ายสุดๆ ของ ฟาบินโญ่ เท่านั้นเอง

Leave a Reply