บิ๊กซิกซ์ พรีเมียร์ลีก ยุคใหม่ ซีซั่นหน้า หลายทีมพร้อมสอดแทรก

บิ๊กซิกซ์ พรีเมียร์ลีก ยุคใหม่ จะมีการเพิ่มขั้วพลังใหม่ ที่ขึ้นมาลุ้นเสียบ บิ๊กซิกซ์ ซีซั่นหน้า ในช่วงที่ พรีเมียร์ลีก เริ่มปักหลักกลายเป็นลีกยอดนิยมอันดับ 1 ของโลก และมีการจัดหมวดหมู่ของทีมเล็กทีมใหญ่ที่ชัดเจนขึ้น – พวกเราก็ได้เริ่มรู้จักกับคำว่า “บิ๊กโฟร์” เป็นครั้งแรก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , อาร์เซน่อล , เชลซี และ ลิเวอร์พูล คือสมาชิกในยุคทองครั้งนั้น ซึ่งตามมาด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในเวที แชมเปี้ยนส์ลีก แถวๆ ปลาย 90 ถึงช่วงกลาง 2000 แต่คำว่า “บิ๊กโฟร์” ก็ไม่ได้คงอยู่นานอะไร  เพราะหลังจากนั้นมันก็มี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่พุ่งพรวดขึ้นมาจากเม็ดเงินของ ชีค มานซู

ตามมาด้วย ท๊อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ภายใต้การบริหารงานของ ดาเนี่ยล เลวี่ และกุนซือยอดฝีมืออย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่พา “คลับไก่” ขึ้นติดลมบนต่อเนื่องและยาวนาน สื่อมวลชน ข่าวกีฬา และแฟนบอลจึงได้บัญญัติคำว่า “บิ๊กซิกซ์”ขึ้นอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่นั้น

บิ๊กซิกซ์ พรีเมียร์ลีก ยุคใหม่  กำลังเปลี่ยนไปในฤดูกาล 2019-2020

มันอาจถึงเวลาที่ “บิ๊ก 6” จะถึงคราวล่มสลาย หรืออาจมีคลื่นลูกใหม่เข้ามาเสียบแทนที่พวกเขา ไม่ว่าจะถาวรหรือชั่วคราวก็ตาม นักวิเคราะห์จากสื่อเจ้าดังหลายๆ แห่ง มีแนวคิดที่คล้ายๆ กันเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นกับ 6 ทีม ที่ถูกมองว่ามีโอกาสลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก มากที่สุด

ทีมฟุตบอลแข็งแกร่ง ณ ชั่วโมงนี้

ด้วยทีมฟุตบอลและระบบการบริหารงานที่แข็งแกร่ง ณ ชั่วโมงนี้ เราคงต้องยกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ไม่น่าจะได้รับผลกระทบอะไรมากมาย ขี้หมูขี้หมาหากไม่คว้าแชมป์ไปเลย พวกเขาก็ไม่น่าจะทะลึ่งหลุดท๊อปโฟร์ในซีซั่นหน้า

ปัญหาจริงๆ มันไปตกอยู่กับ 4 ทีมที่เหลือ! นั่นก็คือ อาร์เซน่อล , เชลซี , ท๊อตแน่ม และ แมนฯ ยูไนเต็ด แนวโน้มที่เกิดขึ้นตอนนี้ เราน่าจะได้เห็น แฟร้งค์ แลมพาร์ด เข้ามากุมบังเหียนทัพ “สิงห์บลูส์” ในอีกไม่ช้า เขาคือตัวเลือกที่เป็นเอกฉันทร์ในแง่ของความป๊อปปูล่า

และการมีฐานะเป็นอดีตแข้งขวัญใจถิ่น “เดอะ บริดจ์” แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล เพราะสิ่งที่น่าหวั่นใจจริงๆ ของ เชลซี ก็คือการที่พวกเขาถูกแบนจากตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงเดียวกันกับที่แข้งเบอร์ 1 ของสโมสรอย่าง เอแด็น อาซาร์ โบกมืออำลาทีม

กุนซือหนุ่ม แลมพาร์ด

เรากำลังพูดถึงนักเตะที่มีส่วนกับการได้ประตูของทีมในเกมลีกซีซั่นที่แล้วสูงถึง 49.2 เปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่านั่นคือความเสียหาย และไหนยังจะต้องมาลุ้นฝีไม้ลายมือการทำทีมของกุนซือหนุ่มอย่าง แลมพาร์ด อีกทอด ประเด็นนี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ แมนฯ ยู จะต่างกันก็ตรงที่ “ปีศาจแดง” ไม่ได้โดนแบนตลาดซื้อขาย

แต่สิ่งที่แฟนๆ “เร้ด เดวิลส์” จะต้องแอบลุ้นเหมือนกันก็คือเทรนเนอร์หนุ่มที่ชื่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ประสบการณ์กับ โมลด์ 2 รอบ และ คาร์ดิฟฟ์ ช่วงสั้นๆ ไม่สามารถการันตีความอุ่นใจใดๆ ได้ว่า “อดีตเพชฌฆาตหน้าทารก” จะพา แมนฯ ยู กลับคืนสู่ยุคแห่งความยิ่งใหญ่ได้ หรือแม้กระทั่งการติดท๊อปโฟร์ มันก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถามด้วยซ้ำ

โซลชาร์ เช็นสัญญากับ ผีแดง 3 ปี

โซลชาร์ เช็นสัญญากับ “ผีแดง” ไปแล้ว 3 ปี คงไม่มีใครกล้าเดาว่าในช่วงเวลาเหล่านี้มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือแนวทางการบริหารงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การดูแลของ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ที่ยังคงความสับสนอลหม่านไม่ต่างจากในช่วง 2-3 ปี หลังสุด

เมื่อมองมาที่ อาร์เซน่อล พวกเขายังพอมีความหวังบ้างกับการแข่งขันในซีซั่นหน้า พวกเขามีกุนซือที่มีประสบการณ์อย่าง อูไน เอเมรี่! ที่กำลังเล็งขายแข้งที่ไม่จำเป็นออกไปจะเป็นผลดีมากกว่า และเก็บคู่หูแนวรุกอย่าง โอบาเมยอง และ ลากาแซตต์ ที่ทะลวงรวมกันไปในลีกซีซั่นที่แล้ว 35 ประตู

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ห่วยแตกมากๆ ของ อาร์เซน่อล ก็คือประสิทธิภาพในเกมรับ ที่พร้อมโดนเจาะทุกวินาที โดยเฉพาะยามเล่นเกมเยือน ที่มีสถิติตัวเลขฟ้องว่าพวกเขาโดนยิงมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของลีก

อารอน แรมซี่ย์ ย้ายออก

อารอน แรมซี่ย์ ย้ายออกไป ขณะที่อนาคตของ โอซิล ก็ยังไม่รู้เหนือรู้ใต้ แถมบอร์ดบริหารของสโมสรก็มีงบให้ เอเมรี่ ช๊อปบวกลบอยู่แค่ราวๆ 40 ล้าน! นั่นเป็นตัวเลขการลงทุนในตลาดนักเตะที่น้อยกว่า ฟูแล่ม เสียอีก พลพรรค “เดอะ กันเนอร์ส” คงต้องสวดมนต์ให้ อูไน เอเมรี่ เป็นคนที่ใช่ของสโมสร และจะสามารถเล่นแร่แปรธาตุ ค่อยๆ สร้าง อาร์เซน่อล ขึ้นมาจากงบที่จำกัดจำเขี่ย

ทีมสุดท้ายในกลุ่มนี้ก็คือ ท๊อตแน่ม ฮอทสเปอร์ พวกเขามีสัญญาณดีจากการที่ทีมกำลังจะได้ฟูลแบ็คค่าตัวแพงรายใหม่เข้ามาเสริมทัพ และก็น่าจะมีอีก 2-3 คนที่ตบเท้าตามเข้ามา ซึ่งหนึ่งในนั้นควรจะมีกองหน้าสำรองที่คอยสแตนบาย แฮร์รี่ เคน รวมอยู่ด้วย แต่การเสีย คริสเตียน อีริคเซ่น จะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้กับ “ไก่เดือยทอง” ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาจะหาใครเข้ามาทดแทนได้สมน้ำสมเนื้อหรือไม่

สเปอร์ส ห้ามเสีย โปเช็ตติโน่

สิ่งสำคัญที่สุดเหนืออื่นใดเลยก็คือ สเปอร์ส ห้ามเสีย โปเช็ตติโน่ เป็นอันขาด! มิเช่นนั้น โอกาสหลุดท๊อปโฟร์ของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นสูงเสียดฟ้า ทั้ง 4 ทีมที่ว่านี้ ทุกทีมต่างมีโอกาสจะหลุดออกจากสถานะของ “บิ๊กซิกซ์” มากพอๆ กัน ขึ้นอยู่กับว่าใครปรับตัวแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้มากกว่า สมมุติเล่นๆ ว่าถ้าหากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในซีซั่นหน้า  แล้วคราวนี้ทีมไหนล่ะที่จะมีโอกาสโดดเข้ามาเสียบแทนที่ทีมเหล่านี้

นิตยสาร Fourfourtwo ลงมติให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมที่น่ากลัว

วูล์ฟแฮมป์ตัน คือผู้ท้าชิงที่มีโอกาสมากที่สุด

ทีมของ นูโน่ ซานโต้ และ เลสเตอร์ ซิตี้ ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส คือผู้ท้าชิงที่มีโอกาสสอดแทรก “บิ๊ก 6” มากที่สุด ไล่ลามไปถึง เอฟเวอร์ตัน ของ มาร์โก ซิลวา ตลาดซื้อ-ขายซัมเมอร์นี้ยังเหลืออีกยาวไกล ซึ่งถ้าหาก วูล์ฟ สามารถรักษาแกนหลักอย่าง เจา มูตินโญ่ , รูเบน เนเวส , ราอูล ฆิมิเนซ , ดีโอโก้ โชต้า หรือ รุย ปาทริซิโอ ไว้ได้หมด (หรือเกือบหมด) แล้วล่ะก็….

มันก็ไม่แน่เหมือนกัน นูโน่ อาจยังไม่ใช่โค้ชในเกรดเดียวกับ เป๊ป , คล็อปป์ , คอนเต้ หรือ ซีดาน แต่เขาก็ได้รับการยกย่องในระดับสูงพอตัว ซึ่งนั่นก็เหมือนๆ กับ ร็อดเจอร์ส ของทัพ “สุนัขจิ้งจอก”

ร็อดเจอร์ส ของทัพ เลสเตอร์

สไตล์ฟุตบอลของ “บีร็อด” นั้นเน้นเกมบุก และการคุมเกมครองบอลที่เหนือกว่าคู่แข่ง ถ้าหากเขาสามารถมองหาจุดสมดุลให้แก่ทีมได้ และเปิดช่องให้ เจมี่ วาร์ดี้ ได้งัดจุดแข็งออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ในกลุ่มของผู้ท้าทายกลุ่ม “บิ๊กซิกซ์” เราอาจมองว่า เอฟเวอร์ตัน ดูเป็นทีมที่อ่อนแอเกินไปหน่อย โดยเฉพาะจากฟอร์มเมื่อซีซั่นที่แล้วที่ลุ่มๆ ดอนๆ ไปหลายเกม โดยเฉพาะการเล่นนอกบ้านที่พร้อมเสียแต้มให้ทีมรองบ่อนทุกทีม

แต่ข้อดีของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ในตอนนี้ก็คือ พวกเขามีการล้างระบบการบริหารงานของทีมชุดเก่า และแสดงให้เห็นถึงความกระหายที่จะประสบความสำเร็จ และทุ่มซื้อแข้งเข้ามาเพิ่มอย่างจริงจัง

เอฟเวอร์ตัน ซื้อ อังเดร โกเมส

ล่าสุด พวกเขาเพิ่งจะประกาศคว้าตัว อังเดร โกเมส มาจาก บาร์เซโลน่า แบบถาวรด้วยค่าตัว 25 ล้าน นั่นคือ 1 ในจุดเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่ดีไม่น้อย เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นแบบกลายๆ มาแล้วในฤดูกาล 2015-2016 ที่ เลสเตอร์ ทะลึ่งพรวดขึ้นมาคว้าแชมป์

ในขณะที่ เวสต์แฮม นั้นเป็นม้ามืดที่ลุ้นตั๋ว แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 4 เกมสุดท้าย ทีมหนึ่งทำได้ตามเป้าหมาย ขณะที่อีกทีมหนึ่งพลาดเป้า! แต่มันก็เป็นความพยายามและสัญญาณที่ดี บิ๊กซิกซ์ พรีเมียร์ลีก ยุคใหม่ ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ มันไม่มีใครคาดหวังให้ เลสเตอร์ , เอฟเวอร์ตัน หรือ วูล์ฟ ก้าวขึ้นไปถึงแชมป์

เพราะแค่เข้ามาถีบขั้วอำนาจเก่าหลุดจาก 6 อันดับแรกได้สัก 1-2 ทีม แค่นั้นมันก็น่าตื่นเต้นเกินพอแล้ว ซึ่งถ้าประเมินจากสถานการณ์จริง “เท่าที่จะประเมินได้” ในตอนนี้ มันมีโอกาสที่จะเกิดขั้วแห่งความเปลี่ยนแปลงอย่างน้อยก็ 1 ทีมอย่างแน่นอนครับ

Leave a Reply