โอซิล เอเมรี่ ไม่เข้ากัน จริงหรือไม่ ? วิเคราะห์ เจาะลึก หาคำตอบ

โอซิล เอเมรี่ ไม่เข้ากัน

หัวข้อบทความ

โอซิล เอเมรี่ ไม่เข้ากัน

โอซิล เอเมรี่ ไม่เข้ากัน ? ในผล 5 เดือนของแรก อูไน เอเมรี่ ในการกุมบังเหียน อาร์เซน่อล อย่างเต็มตัว กลายเป็นช่วงเวลาที่หอมหวานเกินคาดสำหรับแฟนๆระบบการเล่นที่ดุดันเร้าใจ , มิติเกมรุกหลากหลาย , สปิริตข้นคลั่ก และภาพของ เอเมรี่ ที่กระโดดเต้นแร้งเต้นกาอยู่ที่ข้างสนาม

โอซิล เอเมรี่

ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สาวก “เดอะ กันเนอร์ส” ทุกคนอยากเห็นมาตลอด แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นก็คือ สถานะที่เริ่มค่อยๆ หายไปของ เมซุต โอซิล อดีตดาวเตะของ เรอัล มาดริด และทีมชาติเยอรมัน เคยเป็นหัวใจสำคัญที่ อาร์เซน่อล จะขาดไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้อีกแล้ว

ฤดูกาล 2018-2019 เป็นปีที่ โอซิล พบว่าตัวเองต้องผลุบๆ โผล่ๆ ในทีมตัวจริงของสโมสร ไม่ว่าจะด้วยอาการบาดเจ็บหรือในแง่ของแท็คติก ขณะที่ผลงานโดยรวมของทีมนั่นร้อนแรงอย่างต่อเนื่องผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีข่าวลือแพร่งพรายออกมาในวงการฟุตบอลอยู่เรื่อยๆ ว่า โอซิล อาจหมดอนาคตกับทัพ “ปืนใหญ่” ในอีกไม่ช้า และถูกตั้งค่าหัวไว้แสนถูกอยู่ที่ราวๆ 25 ล้านปอนด์

โอซิล
สำหรับแข้งอายุ 30 ที่มีพรสวรรค์ระดับ เวิลด์คลาสส์

ย่อมดูเป็นอะไรที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ! ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะฟอร์มของ โอซิล ณ เวลานี้ ที่ดูจะถดถอยลงไปจากเมื่อวันวาน พ่วงด้วยสไตล์การเล่นของเจ้าตัวที่ถูกตั้งคำถามว่าเหมาะกับฟุตบอลสปีดเร็วจี๊ดในยุคใหม่มากน้อยแค่ไหน แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับคำถามยอดฮิตที่หลายๆ คนสงสัยว่า

ตกลงแล้ว เมซุต โอซิล เหมาะกับปรัชญาฟุตบอลของ อูไน เอเมรี่ หรือไม่ ? ทำไม โอซิล ถึงยังดูไม่ค่อยเฉิดฉายในทัพ “ปืนโต” ยุค เอเมรี่ ? สันนิษฐานแรกเลยก็คือ….แท็คติกของ เอเมรี่ นั้นเรียกร้องให้ผู้เล่นในทีมทุกคนต้องใช้พลังงานอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะการเพรสซิ่ง ผู้เล่นที่จะเหมาะกับระบบของ เอเมรี่ จึงต้องมีการเคลื่อนที่วิ่งกันอย่างบ้าคลั่ง

เช่นเดียวกับการซ้อมที่สะบักสะบอมเต็มสูบ ซึ่งนั่นอาจไม่ใช่แนวทางของศิลปินลูกหนังอย่าง โอซิล เว้นเสียแต่ว่า เอเมรี่ มองบทบาทของ โอซิล ในทีมเป็นข้อยกเว้น โชเซ่ มูรินโญ่ โค้ชคนเก่าของ โอซิล ที่ เรอัล มาดริด ดูเหมือนจะเป็นคนแรกๆ ที่เรียกร้องให้ โอซิล มีบทบาทกับการเพรสซิ่งไล่ล่าบอลมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เจ้าตัวทำได้เลย จนเป็น 1 ในชนวนที่ทำให้ทั้งคู่แตกหักกัน

โอซิล มูรินโญ่ เรอัลมาดริด

ค่าเฉลี่ยการชิงบอลเปลี่ยนจากรับเป็นรุกของ โอซิล ในซีซั่นล่าสุดนี้อยู่ที่ 3.93 ครั้ง ต่อ 1 เกม และมีสถิติวิ่งอยู่ที่ราวๆ 10.28 กิโลเมตร ต่อ 1 แมตช์ การตัดเกมที่มีตัวเลขน้อยกว่าเพื่อนๆ ในแดนกลางของเจ้าตัวที่ อาร์เซน่อล ทุกคน หลักฐานทางตัวเลขไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะบ่งบอกอะไรได้ และหากจะมีสิ่งที่ทำให้น้ำหนักของเรื่องนี้ฟังดูชัดขึ้น มันก็อาจจะเป็นคำพูดของ เอเมรี่ หลังเกมที่ อาร์เซน่อล แพ้ให้แก่ เชลซี ตั้งแต่เดือน ส.ค.

“ผมถอด โอซิล ออกในครึ่งหลังเพราะต้องการให้ เชลซี ลำเลียงบอลเข้ามาหาเรายากขึ้น”

เอเมรี่

ฟุตบอลเพรซซิ่ง ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคของ เอเมรี่ , เป๊ป หรือ คล็อปป์ เพราะนี่เป็น 1 ในศาสตร์ฟุตบอลที่มีมาเนิ่นนานแล้ว อาทิเช่น อาริโก้ ซาคคี่ หรือทีมชาติฮอลแลนด์ ยุค 70 การเพรซซิ่งที่ดี จะไม่มีทางสำเร็จได้เลยถ้าหากพลาดแค่คนเดียว

ผู้เล่นทั้งทีมต้องวิ่งไล่พร้อมๆ กัน หากมีใครหยุด หรือว่าสับสนในหน้าที่ นั่นจะถือเป็นการเปิดช่องว่างให้คู่แข่งโจมตี  การละเลยปล่อยพื้นที่เพียงแค่นิดเดียวอาจกลายเป็นหายนะของทีมได้ ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะในเกมที่เจอกับ บอร์นมัธ เมื่อไม่นานมานี้ เอเมรี่ ก็ยังให้เหตุผลถึงการไม่ใช้งาน โอซิล

เพราะว่าเป็นเพราะดาวเตะชาวเยอรมัน ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับเกมที่ต้องเน้นการเข้าปะทะ และการแลกหมัดที่เข้มข้นฟังดูเป็นเหตุผลที่เข้าเค้าอยู่ไม่น้อย ถามว่าจริงๆ แล้วนักเตะในตำแหน่งคล้ายๆ กันอย่าง เฮนริค มคิตาร์ยาน จริงๆ แล้วเป็นผู้เล่นที่เก่งกว่า โอซิล หรือเปล่า ? เราก็ตอบได้เลยว่ามันไม่ใช่!

มคิตาร์ยาน โอซิล

แต่สิ่งที่ “มิคกี้” เหนือกว่า โอซิล และทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามมากกว่าก็คือ มคิตาร์ยาน เป็นผู้เล่นในสไตล์ที่ดูจะปราดเปรียว พร้อมวิ่งไล่บอลได้มากกว่า โอซิล นิดหน่อย การที่จะบอกว่า โอซิล เล่นได้แย่กับ อาร์เซน่อล ในยุค เอเมรี่ ทุกครั้งไป มันก็คงเลวร้ายเกินเหตุ เพราะหลายๆ ครั้งเขาก็ยังทำได้ดี อาทิเช่น เกมเจ๊า ลิเวอร์พูล หรือนัดเจอ เลสเตอร์

สามารถฉายฟอร์มเปล่งปลั่ง แต่เมื่อใดก็ตามที่ทีมปรับมาเล่นในระบบ 3-4-2-1 โอซิล จะกลายเป็นส่วนเกินของทีมทันที ตรงจุดนี้ก็คงเป็นหน้าที่ของ เอเมรี่ ด้วย ว่าจะปรับแนวทางยังไงเพื่อเปิดโอกาสให้ โอซิล โชว์ฟอร์มออกมาได้ดีที่สุด ขณะที่ตัวนักเตะเองก็ต้องปรับสไตล์เข้าหาโค้ชด้วยเช่นกัน ไม่ใช่มัวแต่ยืนงอมืองอเท้า รอแต่จะเล่นในแบบที่ตัวเองชอบอย่างเดียว

โอซิลพิสูจน์ตัวเอง

โอซิล เอเมรี่ ไม่เข้ากัน หรือไม่่ ? เวลากำลังจะหมุนผ่านไปถึงครึ่งฤดูกาล มันยังมีโอกาสให้ โอซิล ได้พิสูจน์ตัวเองอยู่ แม้กระทั่ง เอเมรี่ เองก็ยังเคยหล่นปากว่า โอซิล สามารถพัฒนาได้มากกว่านี้ หากความเชื่อที่ว่านี้เป็นจริง หาก โอซิล สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบเพรซซิ่งของ เอเมรี่ ได้สำเร็จ เราเองก็ไม่อยากจะคิดว่า อาร์เซน่อล จะกลายเป็นปืนติดกระสุนทองคำฝังเพชรที่ร้ายกาจได้ขนาดไหน และหวังว่าคงไม่เลวร้ายถึงขั้น เป็นสงครามและต้องย้ายทีมเหมือนอเล็กซิส

 นับเป็นเดิมพันที่สำคัญมากของสโมสร และอาจเป็นตัวแปรกหนดชะตาของทีมในซีซั่นนี้ได้เลยเหมือนกันครับ    

Tags
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซาดิโอ มาเน่ ซาร์รี่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นิวคาสเซิล บาร์ซ่า บาร์เซโลนา บาเลนเซีย ปอล ป็อกบา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ปีศาจแดง ปืนใหญ่ พรีเมียร์ลีก ฟาบินโญ่ มาร์กซิยาล มูรินโญ่ ลินการ์ด ลิเวอร์พูล ลิโอเนล เมสซี่ วูล์ฟแฮมป์ตัน หงส์แดง อังเคล ดิ มาเรีย อาร์เซนอล อินเตอร์ มิลาน เจดอน ซานโช่ เจมส์ แมดดิสัน เจอร์เก้น คล็อปป์ เชลซี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เรอัล มาดริด เลสเตอร์ ซิตี้ เอฟเวอร์ตัน เอเมรี่ แจ็ค กรีลิช แมนฯ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แรชฟอร์ด แลมพาร์ด แฮร์รี่ เคน โควิด-19 โชเซ่ มูรินโญ่ โซลชา โรเมลู ลูกากู ไบรท์ตัน